2005/Jun/12

หายไปสองวัน แอบไปเช็ดน้ำตามาค่ะ ป่าวน้า ไม่ได้เสียอกเสียใจที่ถูกกักขัง 2 ปีหรอกค่ะ แต่ดีใจที่ทุกคนให้กำลังใจดีเยี่ยม แหม อันนี้เลยมาตบรางวัลให้ อยากจะจับมาจูบซักฟอดดดใหญ่ๆ แหะ แหะ ไม่เป็นไร ไม่ให้จูบก็ไม่ว่ากัน พอดีเพิ่งกลับมาจากงานแต่งงานน่ะค่ะ เลยได้พลอตมาเขียนให้อ่านกัน แว้บไปอ่านกันเลยดีกว่าเนอะ

วันนี้ไปงานแต่งมาถึงสองงาน แอบสงสัยว่าวันนี้มันฤกษ์ดีหรืออย่างไีร ทำไม๊ทำไมถึงจัดซ้อนกันได้ แต่ก็ดี จะได้ไม่เหนื่อยค่ะ ตอนที่แล้วเราพูดกันถึงเรื่องคู่รักเกาหลีไปแล้ว แหม คุณขา หลังจากความรักสุกหง่อมได้ที่ (สุกงอม+แก่หง่อม/ช่วยทำความเข้าใจด้วยนะคะ) ทั้งคู่ก็คงอยากอยู่ด้วยกันแล้ว ทำไงดีล่ะทีนี้ ก็แต่งงานสิคะ แต่เดี๋ยวก่อน มันไม่ง่ายอย่างนั้นนะคะ ไอ้ที่จะหอบผ้าหอบผ่อนหนีกันไป ทีนี่ไม่มี๊ ไม่มี มันต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ อันดับแรก ทายสิคะว่าทำไง คำตอบง่ายซะ เก็บเงินสิคะถามได้

(ก่อน) ร่วมหอลงโรง
จะแต่งงานกับคนเกาหลี นอกจากความรักที่บ่มกันจนได้ที่ เงินก็สำคัญนะเจ้าคะ ไปสอบถามเจ้านายเกาหลีมาระหว่างงานแต่ง โห เลิกความคิดที่จะหากิ๊กเกาหลีดีกว่า เหมือนผู้หญิงอินเดียเป๊ะเลยค่ะ ฝ่ายหญิงต้องให้เงินฝ่ายชายด้วยนะคะ จะเรียกว่าสินสอดได้ไหม อันนี้ไม่แน่ใจค่ะ ถามเจ้านายว่าเท่าไร เค้าก็บอกว่าแล้วแต่พ่อแม่ของฝ่ายหญิง เราเพิ่งรู้เหมือนกันนะคะ แอบคิดว่าโม้ เลยไปถามอีกท่าน ท่านก็ตอบเหมือนกันเป๊ะ เอ้า พี่ๆที่มีซะมีเกาหลี ช่วยมาตอบหน่อยนะคะว่าต้องให้ฝ่ายชายรึป่าว เป็นการยืนยันข้อมูลนะเจ้า

เตรีียมหอเตรียมโรง
เมื่อตกลงปลงใจที่จะอยู่ด้วยกัน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือบ้าน แต่บ้านเกาหลี แพงมากกกกกกกก เนื่องจากพื้นที่ 70% เป็นภูเขา ที่ดินจึงแพงหูฉี่ คนที่มีบ้านจริงๆ (บ้านที่เป็นหลัง)จึงนับว่ารวยค่ะ ส่วนใหญ่อยู่กันเป็นอพาตเม้นท์ (คอนโดแบบบ้านเรา) บ้านของเกาหลีมีวิธีจ่ายแบบนึงที่ไม่เหมือนใครในโลก สมมติว่า คุณจะแต่งงาน เลือกหาห้องที่ถูกใจได้แล้ว ทีนี้ก็ทำสัญญา มีทั้งซื้อขาดและเช่าเป็นรายปีค่ะ เรามาดูกันที่สัญญาเช่านะคะ ถ้าเราต้องการเช่าประมาณ 5 ปี สมมติว่าราคา 10 ล้านบาท เราก้เอาเงินสิบล้านนี้มาให้เจ้าของอพาตเม้นท์ เมื่อเราอยู่ครบ 5 ปีแล้ว เราจะได้เงินทั้ง 10 ล้านคืน เป็นไง น่าสนใช่ไม๊ล่ะ? เค้าจะเอาเงินของเราไปหมุน ไปทำอย่างอื่นให้งอกเงย เหมือนกับเราก้ได้อยู่ฟรี แต่ว่าต้องจ่ายค่าน้ำ ไฟ แก๊ซเองนะจ๊ะ เอาล่ะ กลับเข้าเรื่อง ทีนี้เมื่อเจอห้องถูกใจ ฝ่ายชายก็จะเป็นคนจัดการเรื่องบ้าน จะซื้อจะเช่าก็ตามกำลังทรัพย์ ฝ่ายหญิงล่ะ เดี๋ยวๆๆ อย่าเพิ่งหิ้วกระเป๋็าเข้าไป ฝ่ายหญิงที่นี่ไม่ใช่พจมานนะจ๊ะ จะได้หิ้วกระเป๋าตามคุณชายใหญ่เข้าบ้าน จะแต่งกะคนเกาหลีต้องแฟร์จ้ะ ไปซื้อของเลย ของที่ว่าก็คือเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด ทีวี (เรียกว่าโฮมเธียร์เตอร์จะเหมาะกว่า) เครื่องเสียง ตู้เย็น เครื่องซักผ้า บรา บรา บรา เราก็ถามเจ้านายว่า อ้าว เกิดหนูรูปสวยแต่ไม่รวยทรัพย์ล่ะเจ้าคะ เจ้านายบอก ไม่ได้อีหนู ต้องมีเงินจ้ะ มากน้อยก็ต้องซื้อ ฮ่วย

งานแต่ง (ซะที)
เมื่อเหนื่อยหาเงินมาซื้อของเข้าบ้่านแล้ว สาวเจ้าอย่างเราก็ยังไม่หมดภาระหน้าที่นะจ๊ะ ยังมีงานแต่งรออยู่จ้ะ งานแต่งของเกาหลีจะไม่เหมือนกับบ้านเราเลยซักนิด ที่นี่ใช้เวลาประมาณครึ่ง ชม ก้เสร็จพิธี เราไปมาทั้งหมด 4 งานแล้ว ทั้ง 4 งานเป็นงานที่จัดตอนเที่ยงถึงบ่ายสามโมง หมายความว่าจัดช่วงเวลานี้ ไอ้ไปตอน 6 โมงแล้วกลับที 4 ทุ่มแบบบ้านเราไม่มีหรอก ไม่งั้นเราจะวิ่งรอกไปได้สองงานภายในวันเดียวกันเรอะ งานแต่งส่วนใหญ่จัดที่ Wedding Hall เพราะโรงแรมแพงมากจ้ะ ขนาดเป็น Wedding Hall ราคาประมาณ 2 แสนบาท (งานที่เราไปนะ งานอื่นไม่รู้) ใน Wedding Hall จะมีห้องให้สำหรับแต่งงานหลายห้อง คือเดินเข้าไปต้องหาชื่อบ่าว-สาวที่เรามาร่วมงานดีๆ ไม่งั้นหลงได้ คนเยอะมั่กๆๆ นอกจากมีหลายห้องแล้ว ห้องที่เราไปอาจใช้ร่วมกันหลายคู่ งานแรกที่เราไปถึง มีอีกคู่กำลังแต่งอยู่ พวกเรา(หมายถึงแขกและบ่าว-สาว)ต้องยืนรออยู่ข้างนอก คุยกันเสียงดังจ้อกแจ้กในขณะที่ข้างในบ่าว-สาวกำลังฟังบาทหลวงอยู่ ศักดิ์สิทธิ์เสียนี้กระไร งงไม๊คะ คือบ่าวสาวงานที่เราไปต้องคอยอีกคู่ให้เสร็จก่อน คู่แรกเริ่มเที่ยง คู่สองเริ่มบ่ายโมง อ้อ ลืมบอก ไม่ปิดประตูกระจกนะจ๊ะ พวกเราเลยไปกินข้าวกันก่อน สถานที่กินข้าวก็จะเป็นห้องอยู่ข้างๆห้องที่ใช้จัดงาน งานแรกเป็นบุฟเฟ่ต์ค่ะ แหม กำลังคิดจะนั่งรอกินหูฉลามเหรอคะ ไม่มีโต๊ะจีนหรอกคะ บุฟเฟ่ต์นี่หรูสุดแล้ว ถ้าจ่ายแพง อาหารก็จะหลากหลายหน่อย ถ้าถูกอาหารก็น้อยหน่อย เคยไปงานนึง ไม่ถูกไม่แพง 14,000 วอนต่อคนค่ะ (600 บาท เอิ๊ก!) ก่อนไปทานเราก็ต้องยื่นคูปองค่ะ คูปองนี้ได้มาจากโต๊ะที่เก็บซองด้านหน้า เอาไปยื่นให้พนักงานถึงจะเดินไปทานได้ รอบเดียวเท่านั้นค่ะ ระหว่างทานก็ดูเวลาด้วยนะคะ มีครั้งนึงเราทานเพลิน เดินออกมา พิธีเสร็จแล้ว งงเลย แขกบางท่านก็ทานก่อนเข้างาน บางท่านก็หลังพิธีเสร็จค่ะ

พิธีแต่งงาน
ห้องที่ใช้จัดงานจะแต่งอย่างหรูหรา มีโคมไฟระย้าบนเพดาน มีเปียโนอยู่ทางขวาบนเวที ตรงกลางข้างล่างเป็นทางเดินสำหรับคู่บ่าวสาว ประดับตกแต่งด้วยเชิงเทียน ดอกไม้ ข้างๆเป็นที่นั่งสำหรับแขก เหมือนกันทุกที่ค่ะ ไม่ว่าจะในโซลหรือว่าต่างจังหวัด ทุกอย่างเหมือนกับจัดในโบสถ์เลยค่ะ ภ้างานที่ดีหน่อย ดอกไม้จะเป็นดอกจริง บางงานก็เป็นดอกไม้พลาสติค ใช้วนเวียนไม่รู้กี่คู่แล้ว ตอนแรกเจ้าบ่าวก็เดินเข้ามาหน้าแท่น อ้อ ลืมบอกอีกแล้ว ก่อนพิธี บ่าวสาวไม่ได้มายืนต้อนรับแขกด้วยกันนะคะ เจ้าสาวจะนั่งอยู่ห้องด้านใน ให้คนมาถ่ายรูปได้ ห้ามยิ้มเยอะ! เคยไปงานแต่งของอาจารย์ ท่านก็ดีใจยิ้มกว้างเวลาเจอเพื่อนๆมาถ่ายรูปด้วย แอบโดนแม่สามีเอ็ดว่าให้ยิ้มน้อยๆหน่อย ถามมาได้ความว่า ต้องสำรวมค่ะ (แหม ดีใจก็ไม่ได้นะ) พอเจ้าบ่าวไปยืนรอแล้ว เจ้าสาวก็จะควงคู่มากับพ่อ เมื่อพ่อมาส่งถึงหน้าแท่นแล้ว ทีนี้ก็จะมีบาทหลวงมาพูด ประมาณว่าให้รักกัน บรา บรา บรา (เนื่องจากภาษายังไม่แข็งแรง ฟังไม่ออกจ้ะ) บาทหลวงจะพูดประมาณ 15-20 นาที พูดเสร็จก็จบพิธี บ่าวสาวเดินออกมาถึงหน้าประตูงาน (ไม่ใช่หน้าตึกนะ) เพื่อนๆฉีดโฟม สายรุ้ง เสร็จพิธีจ้า แต่ยังไม่ได้เสร็จครบถ้วน ต้องถ่ายรุปก่อนนะ บ่าวสาวยืนหน้าแท่นถ่ายกับพ่อแม่ ครอบครัว ช่างภาพก็จะเป็นลุง สั่งจัดท่าทาง เสร็จแล้วก้ 123 แชะ โอเค เปลี่ยน ครอบครัวเจ้าสาว 123 แชะ เปลี่ยน เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว 123 แชะ เสร็จเรียบร้อย เจ้าสาวก็ต้องโยนดอกไม้ แต่ที่ไปมาทุกงาน เค้าจะเลือกเพื่อนที่จะมารับดอกไม้ไว้แล้ว (เลยอดเลย -_-'') ระหว่างโยนเค้าก็จะถ่ายรูป ไม่สวยก็โยนใหม่ โยนใหม่ถ้ารับไม่ได้ นั่นแหละจ้า เฮ้อ เหนื่อย

พิธีแบบดั้งเดิม
หลังจากแต่งแบบทันสมัยแล้ว บ่าวสาวก็เปลี่ยนชุดเป็นเกาหลีดั้งเดิม พิธีแบบดั้งเดิมนี้...ฮ่าๆๆ จำไม่ได้แล้ว เคยเห็นงานแรกงานเดียว งานวันนี้ก็ไม่ได้เห็นเพราะส่วนใหญ่สำหรับครอบครัวอยู่เท่านั้น ขอโทษด้วยที่หลอกให้อยาก...แล้วจากไป ฮ่าๆๆๆ

ฮันนีมูน
เสร็จพิธีทั้งหมด คู่แต่งงานใหม่ก็จะไปฮันนีมูนกัน ประเทศยอดฮิตก็มี เวียดนาม จีน ฟิลิปปินส์ ไทย เกาะกวม ฮาวาย ยุโรป คือไปกันวันรุ่งขึ้นเลย ลางานประมาณอาทิตย์นึง

รู้ไว้ใช่ว่า...
:: จะแต่งกะคนเกาหลี ต้องรู้ประเพณีเค้าหน่อยว่าเค้าทำกันยังไง สำหรับค่าพิธีงานแต่งงาน คนละครึ่งจ้ะ ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะช่วยกันออกคนละครึ่ง ประเทศนี้หารสองเสมอ สนับสนุนความเสมอภาคไงล่ะจ๊ะ หน้าห้องแต่งงาน เค้าจะแบ่งโต๊ะเอาไว้สองด้าน ด้านเจ้าบ่าวและด้านเจ้่าสาว จะให้ซองก็ดูตาม้าตาเรือด้วย อย่าไปให้ผิดฝั่งเพราะเงินนั้นจะเข้าสู่กระเป๋าของพ่อแม่ฝ่ายนั้นๆ เอาเงินมาออกค่าจัดงาน เพื่อนใครญาติใครเยอะกว่า ก้ได้ซองมากตาม

:: มางานแต่งเกาหลี ไม่ต้องแต่งเหมือนมางานแต่งไทย คุณจะดูนอกคอกทันที งานแต่งไทยมันเป็นงานกลางคืนใช่ไม๊ เราแต่งเป็นชุดแซ็ค แต่งตัวแต่งหน้าให้สวย แต่ที่นี่มันงานกลางวัน ใส่ยีนส์มาก็มี เสื้อยืดก็เห็น เดือนก่อนไปงานพี่คนไทย ใส่แซ๊คกระโปรงไป อายมาก คนอื่นเค้าแต่งกันธรรมด๊า ธรรมดา อ้อ สีดำก้ไม่เป็นไร ที่นี่ถือว่าสุภาพจ้ะ

:: คู่แต่งงานสมัยนี้ อายุกระเถิบไปที่เลข 3 มากขึ้นทุกที ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงเริ่มที่ 27 แต่ที่เห็นเดี๋ยวนี้ 30-33 ก้เยอะค่ะ

:: ประเทศเกาหลีมีอัตราหย่าร้าง สูงเป็นอันดับต้นๆของโลก

:: ที่นี่ทำแท้งเสรีค่ะ และเนื่องจากว่าคนที่นี่อยากได้เด้กผู้ชายกันมาก ถ้าหมอบอกตั้งแต่เดือนแรกๆว่าเป็นหญิงหรือชาย แม่สามารถเดินไปรพ แล้วบอกว่ามาเอาเด็กออกได้ทันที ดังนั้น หมอจะไม่บอกเพศเด้กจนแม่ใกล้คลอด พออายุครรภ์ประมาณ 7-8 เดือน หมอจะใบ้ให้พ่อแม่ได้รู้ เช่น เป็นเหมือนคุณพ่อ ก็อ๋อ ได้ลูกชาย หรือ สวยเหมือนแม่ ก็นั่นแหละ ได้ผู้หญิง เข้าใจ๊?

ตามความคิดของเรา เราว่าแต่งแบบไทยมีความน่าสนใจมากกว่า ถึงแม้ว่าแขกที่ไปงาน จะ(ชอบ)คิดว่า เป็นงานรวมญาติ งานเลี้ยงรุ่นก็ตาม คือไม่สนใจคู่บ่าวสาว คุยกันเองทั้งงาน แต่บางงานเรายังได้ดูวิดีโอ (ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของงานแต่งแบบไทยไปแล้ว) บอกความเป็นมาของคู่บ่าวสาว มีนักร้อง บ่าวสาวได้พูดขอบคุณ ถ่ายรูป(แบบกันเอง) และที่สำคัญ เป็นส่วนตัว งานแต่งที่เกาหลี เรารู้สึกว่า แขกไม่มีส่วนร่วมในงานเลย แขกยังนั่งกินข้าวอยู่อีกห้องนึง บ่าวสาวทำพิธีแล้ว หรือพอทำพิธีอยู่ ก็มีอีกคู่มายืนรออยู่หน้าห้อง พร้อมด้วยแขกของอีกคู่ที่ยืนรอไป คุยไป เสียงดังมากๆ งานวันนี้ เราเห็นบาทหลวงแทบตะโกนใส่ไมค์ เนื่องจากข้างนอกเสียงดัง ไอ้จะไปประกาศออกไมค์ว่าให้เงียบๆ ก็ใช่ที่ ไหนๆก็เสียเงินเป็นแสนแล้ว เราก้อยากได้งานที่เป็นส่วนตัวแล้วก็ให้แขกได้ประทับใจ จริงไม๊ล่ะ เรื่องวันนี้ อาจไม่ตลก (ก็มันงานแต่ง ไม่ใช่งานวัด) แต่คิดว่าคงได้ให้อะไรกับคนอ่านบ้าง ในกรณีที่อยากแต่งกะคนเกาหลีหรือต้องไปงานแต่งแบบเกาหลี ส่วนข้าพเจ้า อยากแต่งแบบไทย (และกับคนไทย) มากกว่าเจ้า ฮิฮิ



รูปชุดแต่งงานแบบดั้งเดิม เจ้าสาวหน้าเหมือนอิ่งอ้อยเลย ว่ามะ ?

EDIT :: หลังจากที่ไปถามเพื่อนร่วมงานมา ได้ความมาว่าอย่างงี้ค่ะ สำหรับเงินที่ฝ่ายหญิงต้องจ่ายนั้น แรกเริ่มเดิมที เจ้าสาวต้องซื้อของขวัญ เสื้อผ้า บรา บรา บรา ให้กับครอบครัวของฝ่ายชาย แต่เนื่องขากไม่สะดวก ฝ่ายหญิงจึงให้เงินแทน แต่บางครอบครัวถ้าไม่มี ก็ไม่ต้องให้ก็ได้ค่ะ เพื่อนร่วมงานที่ว่า ต้องจ่ายประมาณ 7 ล้านวอน หรือประมาณ 280,000 บาทให้พ่อแม่ของเจ้าบ่าวเพื่อให้ไปซื้อของ แต่พ่อแม่เจ้าบ่าวก็คืนเงินก้อนนั้นมาให้ 3 ล้านวอนค่ะ เหมือนกับให้พอเป็นพิธี

ส่วนเรื่องบ้าน เพื่อนคนนี้บอกว่า บ้านในซูวอนที่เค้ามีโครงการจะซื้อ (แบบราคาไม่แพงมาก) ตารางเมตรละ 7 ล้านวอนค่ะ ทั้งหมด 25 ตรม คูณเข้าไปก็ราวๆ 7 ล้านบาทไทย (เฮือก!) นี่คือได้แค่อพาตเม้นท์ระดับปานกลางนะคะ แล้วก็ถ้าเป็นโซลต้องแพงกว่านี้แน่นอนค่ะ เราเลยบอกว่า ยูไปเมืองไทยสิ 7 ล้านเนี่ยได้บ้านพร้อมสระว่ายน้ำเลยนะ เฮ้อ อยู่เกาหลีมันลำบากจริงจริ๊ง

อ้อ ส่วนราคาบุฟเฟ่ต์ พิมพ์ผิดค่ะ 14,000 ไม่ใช่ 40,000 ค่ะ แหะ แหะ ขอบคุณพี่กิ๊ฟที่ช่วยย้ำเตือนนะคะ


edit @ 2005/06/13 06:42:03
edit @ 2005/08/27 21:54:34

Comment

Comment:

Tweet


#33 by (61.80.198.136|61.80.198.136) At 2015-09-01 01:52,