กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด! อิชั้นไม่ได้ถูกผีเข้านะคะ อย่าเข้าใจผิดค่ะ ที่ต้องร้องอย่างกับได้ตำแหน่งนางงามเนี่ย มันมีเหตุค่ะ คุณๆขา กรี๊ดแรกเนี่ย อันเนื่องมาจากว่าเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้โอกาสกลับไปแรดถิ่นเก่าค่ะ สาวบ้านนาเยือนกรุงอีกครา ไม่รอช้า คว้ากล้อง(เน่าๆ)คู่ใจ ชักภาพฉับไว ให้คุณๆได้ชม นี่ มาเป็นกลอนสดเลย อิอิ แต่ทว่า อันเนื่องมาจากความสวยอันเกินพิกัด กลัวคุณๆจะอิจฉาในความงาม ภาพมันโหลดไม่ติดค่าาา ฮือๆๆ สติแตกไปหนึ่งนาที ก็ต้องรีบหารูปในเวปมาทดแทน ซวยจริงๆค่ะ เฮ้อ...กรี๊ดที่สองเนี่ย พิมและโหลดรูปไว้หมดแล้ว แต่นิ้วเจ้ากรรมดั๊นไปกด refreshเข้า หมดกันสิคะ ยังไม่ได้ save draft T^T พิมใหม่ค่าา อิชั้นสามารถ ฮือๆๆๆ แต่...เพื่อกรี๊ดสุดท้าย หงุดหงิดแค่ไหนก็ต้องยอมค่ะ อิชั้นขอกราบงามๆที่อ้อมใจ อันเนื่องมาจากความอุปการะทั้งหลาย ที่ทำให้บลอคอิชั้น ทะลุ 3พันกว่าๆแล้วในเดือนครึ่ง! คนอ่านเยอะแบบนี้ อิชั้นสู้ตายยยย!!

แทฮักโน
หลังจากที่ซาบซึ้งกับเรตติ้งจนขี้มูกไหล (ทำไมยิ่งเขียนยิ่งโสโครกน้า) ก็ต้องรีบมาเขียนเรื่องให้คุณๆที่รักได้อ่านกัน (สำนวนเหมือนหมอหยองเลยนะ ว่าไม๊) ถึงรูปจะไม่มีก็บ่ยั่น เราก็ไปสูบเอาของคนอื่นมาจนได้ อิอิ ถนนแทฮักโนเนี่ย แปลได้ความว่า เป็นถนนสายมหาลัยค่ะ เนื่องจากว่ามีแคมปัสของมหาลัยสองแห่งตั้งอยู่ที่นี่ ที่แรกคือ Seoul Nat'l Uni หรือโซลแดที่พี่เกาเค้าเรียกกัน อีกแห่งคือ Song-Kyun-Kwan Uni. (อ่านว่า ซอง-กยุน-กวาน) เป็นมหาลัยที่ซัมซุงเป็นสปอนเซอร์สร้างนะคะ ที่เกาหลีเนี่ย ที่ไหนมีมหาลัย ที่นั่นความเจริญจะเข้าถึงค่ะ เนื่องจากว่าเด็กมหาลัยมีกำลังซื้อสูง และชอบทำกิจกรรมร่วมกันอย่างเช่น กินเหล้า ร้องเพลง ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกที่แทฮักโนจะเป็นถนนที่รวมเอาความ "แนว" ไว้มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโซล แทฮักโนเนี่ย ไม่ได้ถูกบรรจุเอาไว้ในโปรแกรมทัวร์นะคะ แหม ทัวร์อาม้า อาอึ้มเค้าไม่สนใจหรอกค่า แต่เด็กฮิปๆอย่างเราพลาดได้ไง เดี๋ยวไกด์ตาตี่จะพาไปชมเอง...
ถนนสายศิลปะ
ถนนสายนี้เนี่ย เป็นที่รวมความเป็นอาร์ตเอาไว้ทุกซอกหลืบ ผสมผสานกับความทันสมัยของโซล จนลงตัวเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของเมืองหลวงแห่งนี้ คนที่มาที่นี่ เค้ามาทำอะไรกันบ้าง? ที่นี่มีอะำไรน่าสนใจ? แทฮักโนเป็นแหล่งที่รู้กันว่าละครชั้นดีถูกรวบรวมมาแสดงอยู่ที่นี่ นอกจากโรงหนังแล้ว ยังสามารถพบเห็นโรงละครมากมาย โปสเตอร์ละครเรื่องใหม่ๆเป็นสิบๆเรื่องถูกแปะอยู่บนฝาผนัง แต่ขอบอกว่าราคาแพงทีเดียวค่ะ นอกจากละครแล้ว คนยังสามารถเสพศิลปะได้อย่างอิสระที่นี่ด้วย (โห ใช้คำ) การแสดงต่างๆ เช่น ดนตรี คอเมดี้ เดี่ยวไมค์จะเรียกผู้ชมได้ตามข้างทางและสวนสาธารณะ เห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้ที่เค้าใช้พื้นที่อย่างมีประโยชน์ทุกตารางเมตร เมื่อไร สวนลุมเรา จะเป็นเขตปลอดคู่รักกับผีขนุนสักที อาจจะด้วยสภาพอากาศและความสนใจในศิลปะที่ทำให้หนุ่มสาวเลือกที่จะมาเดินที่นี่แทนห้าง คู่รักหลายคู่ใช้เวลานั่งอ้อล้อกันระหว่างชมการแสดง บ้างก็นั่งตัก บ้างก็กอดกัน เฮ้อ~ เห็นแล้วหนาวหัวใจจริงๆ

Poster ที่อยู่หลังรูปหล่อ เป็นโปสเตอร์โฆษณาละคร

รูป art ที่ถูกสร้างอยู่บนข้างทาง บ่งบอกว่าหลงเข้ามาดินแดนศิลปะแล้ว

การแสดงไม่ไฮโซที่ฝีมือไม่โลว์

หน้าโรงละครที่สาวสองคนกำลังซื้อตั๋ว
Chill~Chill
มาเดินที่นี่ ปวดคอมากๆค่ะ (ไม่ไ่ด้ถูกผีชัตเตอร์ขี่คอหรอกนะคะ) แต่เพราะว่าต้องคอยเหลียวหน้าไปมามองร้านอาหารคูลๆ ร้านกาแฟชิวๆตลอดทาง เยอะจนลายตาเลือกเข้าไปนั่งไม่ถูก กาแฟอุ่นๆกับโซฟานิ่มๆ บรรยากาศดีๆ ยิ่งถ้าวันฝนพรำหรือว่าอากาศเย็นหน่อยแล้วล่ะก็ สวรรค์ดีๆนี่เอง แต่...เกาหลีเวลานี้เป็นหน้าร้อนค่ะ บรรยากาศตอนกลางวันไม่ค่อยน่านั่งเท่าไร แต่ถ้าเป็นตอนเย็นเนี่ย บอกได้ว่าโรแมนติคสุดๆ แต่ร้านอาหารร้านกาแฟแถวนี้ ราคากาแฟแก้วนึงแพงกว่าธรรมดาอีกประมาณ 40 บาท ถ้ามาบ่อยๆอาจหมดตัวได้ค่ะ แล้วเค้าก็มีกฎสำหรับบางที่ด้วยว่า กาแฟแก้วล่ะ 4-5000 วอน นั่งได้สามชั่วโมง ก็แหม ที่ทองคำนี่คะ ถ้านั่งแช่จนตูดร้อนแล้วร้อนอีก เห็นทีร้านคงเจ๊งเป็นแน่ นอกจากร้านกาแฟ ก็ยังมีร้านอาหารดีๆอีกหลายร้าน ร้านที่พวกเราเข้าไปนั่งเนี่ย คือร้านจิ้มตั๊ก คล้ายๆไก่พะโล้ ใส่หอมใหญ่ แครอท มันฝรั่ง พริก แล้วก็วุ้นเส้นค่ะ อร่อยมากกกกกกกกกกก (ไม่เคยเห็นอะไรที่กิฟท์บอกไม่อร่อยเลยสักอย่าง -_-'') เป็นอาหารเกาหลีที่คนไทยหลายๆคนบอกว่าอร่อยที่สุด ร้านที่เราไปต้องรอคิวค่ะ คนเยอะมากขนาดว่าสองทุ่มกว่าแล้วคนยังทยอยมานั่งรอกินอยู่เลย อาทิตย์เพิ่งลับฟ้าพอดีค่ะ กินเสร็จก็เดินย่อย เวลายิ่งดึก คนยิ่งเยอะค่ะ คนส่วนใหญ่พอกินเสร็จ ก็เดินเข้าร้านเหล้า บาร์ คาราโอเกะ (ที่นี่เรียกว่าโนเรบัง) สำราญกันข้ามวันเลยล่ะ ใครมาเกาหลีก็อย่าลืมแวะมานะคะ เป็นอีกที่ที่จะได้เห็นสาวสวยหน้าตาดี กับหนุ่มหล่อน่าหม่ำ เด็กอาร์ตก็เยอะ เด็กฮิปฮอปก็มาก หลังจากอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว สีสันของที่นี่เพิ่งจะเริ่มขึ้น ตามข้างทาง แผงร้านค้าก็จะมาตั้ง ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ดูๆแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเดินแถวท่าพระจันทร์ยังไงยังงั้น เราลาแทฮักโนตอนห้าทุ่ม หลังจากที่เดินย่อยจิ้มตั๊กจนหมดแล้ว จะทำอะไรได้อีกล่ะ นอกจาก...กลับไปนอนฝันดี ฝันถึงที่รัก...ของคนอื่นไง ฮิฮิ

ร้านกาแฟที่หนุ่มสาวเกาหลีมานั่งชิวๆเกาหลังให้กัน

บรรยากาศบริเวณถนนยามค่ำคืน

อีกมุมหนึ่งตรงทางแยก

เห็นแล้วน่าซื้อไปโม้ดดด

ไม่ใช่สตาร์วอส์นะจ๊ะ แต่เป็นการตกแต่งห้่องคาราโอเกะแบบอวกาศ ที่เห็นก็เป็นหุ่นโฆษณาร้านน่ะค่ะ ที่นี่เค้านิยมแต่งร้านแหวกแนวแบบนี้ มีแบบใต้น้ำยันอวกาศเลยชอบแบบไหนก็เลือกตามสะดวกนะคะ

และสุดท้าย ผู้ชายของใครก็ไม่รู้ น่ากินจัง
ปล. i ขอโทษด้วยนะคะที่อัพช้า ข้าน้อยสมควรตายย แต่ตอนนี้ ซัมซุงเค้าคงเริ่มตาสว่างหลังจากเห็นกงจักรกิฟท์เป็นดอกบัวมานาน เค้าเลยจัดตารางให้ไปเทรนงานตอนเช้า่ถึงเที่ยง แล้วก็บ่ายสองถึงหกโมงเย็นเรียนภาษาเกาหลี ตามด้วยการบ้านอีกล้านแปด ยังไม่พอ มี presentation อีก ฮือๆๆ จะตายแล้ว กะไม่มีเวลาให้ว่างนั่งเขียนบลอคเลยว่างั้นเหอะ แต่กิฟท์จะพยายามมาอัพให้ตรงเวลานะคะ ขอโทษถ้าไม่สามารถตามไดกับ feed ได้ จะพยายามๆๆๆๆนะคะ
ii บลอควันนี้อาจโหลดรูปนานหน่อย ตาม request ว่าอยากเห็นรูป กว่าจะได้แบบนี้ เล่นเอาหางตกเลยนะคะรู้รึเปล่า ต้องวิ่งไปใช้คอมหลายเครื่อง เพราะมัน resize ไม่ได้ แล้วก็ต้อง save ต้องโหลด ต้องตัดภาพใหม่ เฮ้อ แต่เหนื่อยแบบ มีความสุขนะคะ ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามค่ะ
edit @ 2005/08/27 22:13:33
edit @ 2006/09/26 21:35:00