เฮ้อ เพิ่งกลับมาจากทัวร์โรงงานที่(ขอบ)แทจอนกับ(ริม)ปูซานมาค่ะ เหนื่อยสายใจแทบขาด ที่ว่าขอบกับริมเนี่ย คือมันไม่ได้อยู่ที่สองเมืองนี้ซะทีเดียวนะคะ แต่อยู่ห่างสองจังหวัดนี้ไปอีก 20-30 กมน่ะค่ะ สงสัยจะกลัวบ้านนอกจัดจนไม่มีคนไป เลยต้องตั้งชื่อให้เหมือนว่าอยู่ในเขตเมือง อากาศก็ร้อนจัด บางวันมีฝน แต่อบอ้าวมากๆ คุณคนอ่านสบายดีหรือไรคะ ไม่สบายมาอ่านบลอคก็จะอาการหนักขึ้น เฮ้ย อาการดีขึ้นสิ แหม นอกเรื่องมานาน มาเม้าท์เรื่องแท๊กซี่กันดีกว่าเนอะ

สองกิโล หกสิบบาท
เดี๋ยวค่ะ อิชั้นมิได้มาขายเงาะนะคะ ไอ้สองกิโลที่ว่าเนี่ย ราคาแท๊กซี่ต่างหาก เริ่มต้นมิเตอร์มาด้วยสนนราคา 60 บาท/2กิโลแรก แหม มันช่างดึงเงินในกระเป๋าดีจริงๆ เฮ้อ พูดก็พูดเถอะค่ะ เห็นราคาแล้วเนี่ย คิดถึงแท๊กซี่บ้านเราขึ้นมาจับใจ ไม่มีที่ไหนนั่งแล้วถูกแบบบ้านเราอีกแล้ว แต่เรื่องปลอดภัยไม๊ เราไม่พูดถึงกันนะค้า โฮะๆ เพราะราคาค่ารถแพงแบบนี้ ลุงคนขับเลยรวยยิ่งกว่าพนักงานกินเงินเดือนแบบเราๆซะอีก บางคนเห็นกระเหรี่ยงไทยขึ้นมา พยายามพุดภาษาไทยด้วยสุดริด ลุงแกไปพัทยามาแล้วนะค้า แท๊กซี่บ้านเราน่ะเหรอ บางคนเกิดมายังไม่เคยได้เห็นทะเล(น้ำเน่า)ของพัทยาเล้ย คนที่เป็นโรคหัวใจ อิชั้นไม่แนะนำให้ขึ้นแท๊กซี่โซลอย่างยิ่ง เพราะตัวเลขมิเตอร์อาจทำให้คุณน้ำลายฟูมปากทันทีที่ถึงที่หมาย นั่งไปไม่ใกล้ไม่ไกล ประมาณ 20 นาที ค่ารถพุ่งไปถึงสองร้อยกว่าบาท รถไม่ติดนะค้า ถ้ารถติดละก็ อิชั้นเคยนั่งแบบควัก หมื่นวอนออกมาน้ำตานองหน้า (400 บาท) ก็นั่นมันค่าข้าวหนึ่งวันเลยนะนั่น เลยเป็นอีกเหตุผลให้พี่เกาทั้งหลายยอมมุดไปใต้ดินไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ก็แหม ค่ารถ subway ถูกกว่าค่าแท๊กซี่สิบเท่า ถ้าไม่รีบจริงๆ ไม่มีใครเค้านั่งแท๊กซี่กันหรอกค่า แต่ถ้า subway หมดตอนเที่ยงคืน ตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่ที่คุณไม่อยากเลือก ก็คือพวกลุงๆเหล่านี้ล่ะค่ะ จอดกันสลอนหน้าห้าง เลยเที่ยงคืนชารต์เพิ่มอีก 20% ค่ะ หรือถ้านั่งเกิน 4 ก็จ่ายเพิ่มอีกค่ะ เสียค่าโง่มาหมดแร้วว แต่ว่าแท๊กซี่ที่นี่ไม่น่ากลัวนะคะ นั่งตอนกลางคืนไม่ต้องหวาดผวาเท่าไร แต่อย่าไปนั่งด้านหน้านะคะ เดี๋ยวเกิดได้เห็นของดี อิชั้นไม่รับประกันนะ hihi
แท๊กซี่โลโซ/ไฮโซ
แม้ บ้านนี้เมืองนี้เค้าเก๋นะคะ มีการแบ่งแท๊กซี่แบบโลว์กับไฮไว้ด้วย แท๊กซี่แบบโลว์เนี่ย ไฟบนหลังคาก็จะมีขนาดเล็ก เป็นแท๊กซี่ที่ยังป่าเถื่อนอยู่ค่ะ ถ้าพัฒนาขึ้นมาหน่อย เป็นแท๊กซี่ศิวิไลซ์ ก็จะมีปีกงอกออกมาจากข้างๆกล่องไฟแบบปีกนางฟ้า วุ้ย เก๋ซะไม่มี เค้าเรียกว่าแท๊กซี่มารยาทดี ขึ้นไปมิมีผิดหวัง นอกจากแบบนี้แล้ว ก็จะมีแท๊กซี่ที่มี " free interpreter" เกิดมีฝรั่งอั้งม้อขึ้นไป คุยกะลุงไม่รู้เรื่อง เพียงคุณพูดคำว่า " free interpreter" ปุ๊ป ปิ๊งป่อง จะมีบริการล่ามฟรี ที่บอกๆมาเนี่ย....บางอันก้ไม่จริง บางอันก้ไม่เคยลองค่ะ ไอ้แท๊กซี่มารยาทดีเนี่ย เห็นบางคันก็ทรามยิ่งกว่าแท๊กซี่แบบไลว์ ส่วนไอ้ล่ามเนี่ย ไม่แน่ใจว่าลุงแกจะฟังคำว่า "free interpreter" ออกไม๊ ไม่ได้ว่าว่าแกโง่หรอกนะคะ แต่หมายความว่า ต้องพูดสำเนียงแบบเกาลี้ เกาหลีแกถึงจะเข้าใจรึเปล่า แบบ" พึ รี อิน เทอ พึ รี ทอ" รึเปล่าน่ะสิ อ้อ นอกจากประเภทที่ว่ามา ยังมีแท๊กซี่อีกแบบที่เป็นแท๊กซี่หรูหรา สีรถก็จะต่างจากชาวบ้านเค้า แท๊กซี่ด้วยกันเองคงเรียกว่าเป็นแกะดำ เนื่องจากรถมีสีดำติดป้ายว่า " deluxe taxi " เอาไว้หรา หรือเรียกอีกอย่างว่า " โมบอม " บ่งบอกถึงสถานะอันสูงส่ง ราคาจะแพงกว่าค่ะ แบบนี้คุณอย่าหวังที่จะนั่ง สองโลหกสิบนะคะ แต่ต้องเป็น สองโล 160 ค่าา ก็โธ่ ชื่อก็บอกว่าเป็นแท๊กซี่ไฺฮโซ ราคาจะ cheap cheap แบบพวกธรรมดาได้ยังไง้ ที่นั่งรึก็กว้างกว่า คนขับรึก็แต่งตัวดีกว่า เหมาะสมกับฐานะคนนั่งจะตายไป อิชั้นมันคนจนค่ะ ก้นเลยไม่มีบุญได้นั่ง แต่รู้มาว่า ราคาแพงกว่าอีพวกโลโซแบบฝันร้าย ใครเคยนั่งมาแล้วอย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ
ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน
ขึ้นแท๊กซี่ที่นี่ อย่าตกใจถ้าคุณจะได้เพื่อนร่วมทางแถมมาด้วย อิชั้นเคยตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อลุงแกแวะจอดข้างทาง รับชายหนุ่มหน้าตาดีขึ้นมาด้วย ว้าย เดี๊ยนอาย สวยจนมีคนตามมาเลยเหรอคะ? แหม ชอบก็ไม่บอก ทำแบบนี้หญิงไทยเค้าเขินนะตัวเอง แต่หลังจากนั่งส่งสายตาหวานๆให้ไป หนุ่มแกก็ทำหน้าอิลักอิเหลื่อ คงคิดในใจว่า อีนี่จะกินกรูไม๊ มิช้ามินาน ก็ลงจากรถไป ปล่อยให้สาวเจ้านั่งชะเง้อชะแง้ต่อไป ถ้าเจอแบบนี้ อย่าเพิ่ง งง ลุงๆที่นี่แกใจดี ช่วยชาติประหยัดน้ำมัน ถ้าคุณมาคนเดียว แล้วระหว่างทางมีคนเรียก ลุงแกก็จะแวะถามว่าไปไหน ถ้าไปทางเดียวกัน ก็รับมาด้วย ถึงก็ส่งลง แต่แหม รู้น่าว่าคิดอะไร ดีใช่ไม๊มีคนมาหารค่ารถ บอกแล้วว่ามาเกาหลีอย่างมองโลกแง่ดี เค้าก็จะจ่ายส่วนของเค้าค่ะ ลุงก็จะคิดว่ามันประมาณเท่าไร ส่วนของคุณ ก็จ่ายเองตอนลงสิคะ ไม่มีใครช่วยหารไม่พอ บางทีคุณยังต้องเสียเวลาด้วยเกิดทางที่เค้าไปต้องเข้าซอย ขึ้นเนิน ค่ารถก็เพิ่มขึ้น แต่คิดในทางที่ดี ในทางกลับกัน เวลาที่ไม่มีแท๊กซี่ว่าง แล้วคุณกำลังเดทหนุ่มหรือสาวเอาไว้ แท๊กซี่แบบนี้ก็ช่วยชีวิตเอาไว้ได้นะคะ โดยเฉพาะเวลาที่ฝนตก คุณจะหารถได้ยากสุดๆค่ะ บางทีมาตรการนี้คงไม่เหมาะกับเมืองไทย เพราะแท๊กซี่บ้านเราอาจจะคบคิดกับโจร ขึ้นมาช่วยกันปล้นเราก็ได้ บ้านใครก็บ้านมันเนอะ จรรยาบรรณต่างกัน เรื่องลอกเลียนแบบ สงสัยคงต้องให้แท๊กซี่บ้านเราเปลี่ยนนิสัยก่อนอันดับแรก ว่าไม๊คะ?
ใกล้ไม่ไปโว้ย
ลุงที่นี่เนี่ย เอาใจยากจริงๆค่ะ เป็นคนขับแท๊กซี่แต่เรื่องมากอิ๊บอ๋าย ของบ้านเรา นั่งจากจุฬาไปสยามก็โอ นั่งจากหน้าคณะเราไำปตึกอักษรก้ไม่บ่น (คณะเราอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฝั่งสระน้ำค่ะ เวลาเรียนติดๆกัน เดินไปไม่ทัน ต้องพึ่งแท๊กซี่) แต่คุณอย่ามาใช้นิสัยมักง่ายที่นี่ (อิชั้นโดนด่ามาค่า) ถ้าไปที่ไหนที่ค่ารถไม่เกิน 1600 วอน ไม่มีใครอยากไปค่ะ นั่นหมายความว่า เค้าจะให้คุณเดินภายในสองกิโลแรก เค้าไม่อยากได้เงินเหรอ? ไอ้อยากได้น่ะอยาก แต่ไม่อยากได้น้อยน่ะสิ อยากได้แบบไปครั้งนึง 2000-2500 อัพ (80-100) ฉลาดนี่คะ แต่คนนั่งเค้าก็ไม่อยากเดินนี่นา เจอมาเมื่อตอนไปปูซานค่ะ หน้าโรงแรมที่เราพักกับสถานี subway นี่ถ้าเดินก็ประมาณ 20 นาที ฝนก็ตก พอเรียก ลุงแกส่ายหน้าเลย เจ้านายเลยบอกว่า โธ่ ไปเถอะค่ะ พวกอิชั้นมาไกลนะคะ ทางก้ไม่รู้จัก เดินไม่ถูก ลุงแกมีคิดด้วยนะ ไปดีไม่ไปดี เจ้านายก็แทบจะอ้อนวอนกราบทีนอยู่แล้ว ช่วยกรุณาไปส่งข้าน้อยด้วยเถิด คิดจนมิเตอร์ขึ้นไปนิดนึง เลยยอมออกรถ ดู๊ ดูมัน ไม่รู้จะอะไรนักหนา ใครเจอแบบนี้ก็ทำใจนะคะ เพราะคนเกาหลีเนี่ย ใกล้ๆเค้าก็เดินหรือไม่ก็นั่งรถบัส ไม่มีใครรวยแบบคนไทยนั่งแท๊กซี่กันหรอก เอ็งลองมาอยู่เมืองไทยสิ อากาศแบบนี้จ้างให้ร้อยทั้งร้อย มันก็ไม่เดินกันหรอก เชอะ
กาม
ชายใดๆในโลกล้วนบ้ากามกันทั้งนั้น เป็นสัจธรรมอีกข้อที่เราท่องจำได้ขึ้นใจ ไม่เว้นแม้แต่ลุงๆที่กิเลสน่าจะดับ กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านนอกได้แล้ว มิวายค่า เผยสันดานธาตุแท้ออกมา ไม่ใช่ต่อหน้าคนเกาหลีหรอกนะคะ กับพวกนั้นมันมิกล้า เดี๋ยวจะโดนแจ้งตำรวจเอาน่ะสิ แต่กับอีพวกคนไทยนี่แหละ ตัวดีนัก บางคนก็ดีแสนดี เห็นเป็นชาวต่างชาติ ก็ชวนคุย มีน้ำใจ กลัวพวกเรามาอยู่แล้วจะคับอกคับใจ แต่อีบางพวกเนี่ย ทำให้มองผู้ชายเกาหลีแย่ลงไปอีก รุ่นพี่เราเคยเจอ พอเห็นคนไทยขึ้นปั๊ป รีบอวดเลยว่าเคยไปพัทยามา เอารูปมาให้ดูในมือถือ แต่ละรูปส่อแววความตัณหากลับทั้งนั้น ยืนกอดกับสาวบาร์บ้าง รายล้อมด้วยอย่างว่าบ้าง รุ่นพี่เค้าก็ไม่ไ่ด้ว่าอะไร เออออ ไปตามเรื่อง หนอย ลามปาม ถามขึ้นมาได้ว่า ยูเป็นคนไทยใช่ไม๊ ขอจูบหน่อยสิ ไอ้รุ่นพี่เราน่ะฟังภาษาเกาหลีไม่รู้เรื่อง แต่ไอ้คนที่ฟังออกน่ะเงียบไปนานแล้ว ไม่ยอมแปลให้ฟังอีก มารู้เอาตอนลงรถ โมโหควันออกหูเลย บางคนเค้าคิดว่าสาวไทยเป็นออหรี่กันไปซะหมด เจอหน้าก็ขอจูบ ขอกอดให้มั่ว ทำตัว hea มากๆก้ไม่ต้องเกรงใจนะคะ บอกว่า โพลิซซึ (police) ไปเลย ถ้าไม่ปัญญาอ่อนจริงก็ต้องฟังรู้เรื่องค่ะ คุณๆที่รักอ่านอาจจะคิดว่าทำไมอิชั้นโมโหมากมายขนาดนี้ ก็แหม นั่งมาเป็นร้อยเที่ยว ไม่เคยโดนสักครั้ง หน้าคงไม่สวยพอ ว้าย ไม่ใช่ๆ อุ๊ย คิดอะไรออกไป อิชั้นโกรธแทนผู้หญิงไทยต่างหาก สาบานได้ จริงๆนะเอ้า แหะๆ
ถึงแม้แท๊กซี่ที่นี่จะสะดวก ปลอดภัย(บ้าง) แต่คนที่มาที่นี่ก็ยังต้องระวังไม่ผิดกับอยู่เมืองไทยนะคะ บางครั้ง รถไฟใต้ดินอาจจะสะดวกกว่าในแง่ของรถติด แต่บางที ทางที่เราอยากจะไปก้ไม่มีสายรถไฟวิ่งผ่าน ถึงตอนนั้น คงได้มีโอกาสใช้บริการแท๊กซี่ปีกนางฟ้าของที่นี่กันบ้าง หวังว่าบลอควันนี้ คงมีสาระไม่มากก็น้อย เจอคนดีๆก็แล้วไป แต่ถ้าเจอแบบหื่นกาม อย่าลืมระวังตัวมากๆด้วยนะคะ คนสวย (ไม่พอ) เป็นห่วงค่าา

รูปแท๊กซี่เกาหลีแบบธรรมดาค่ะ ไม่มีปีกนางฟ้า อันนี้หามาจากเวป น่าจะถ่ายนานแล้วเพราะยังบอกว่าราคาพันวอนอยู่เลย
edit @ 2005/08/27 22:12:44