อืม........ชีวิตยังดำเนินต่อไป สมัครแอร์ก็ยังไม่ได้ งานที่ทำอยู่ก็เน่า
เฮ้อ ชีวิตหนอชีวิต...แต่เราต้องไม่บ่น เมื่อมองคนที่ตกงาน สู้ต่อไปโว้ยยยยย
ไม่ได้เขียนเรื่องเกาหลีนานมากกกกกกกกกก จนคนอ่านลืมไปแล้วว่าบล๊อคนี้(เคย)เล่าเรื่องเกาหลีจนพิมพ์หนังสือ ให้อภัยมันเถอะคุณขา อิชั้นหมดมุข!!!
ไอ้เรามันก็นินทากาเลแต่กับคนเกาหลี เมาท์จนเสียผู้เสียคนไปเยอะ ทีนี้มาลองฟังคนเกาเหลาเม้าท์พี่ไทยบ้างดีไม๊เอ่ย
สิ่งแรกที่คนเกาหลีรู้สึกเมื่อมารู้จักกับคนไทย(แบบลึกซึ้ง) นี่...ไม่ต้องคิดถึงเรื่องใต้มุ้งใต้หมอนนะยะ หมายถึงรู้จักเป็นเพื่อน สนิทชิดเชื้อหรือทำงานร่วมกัน เค้าบอกมาว่า...ทำไมไอ้คนชาตินี้ มันรักสบายกันนะวะ
เค้าเม้าท์ว่า เข้าใจเรื่องพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ต่างกัน แต่ก็นะ เห็นแล้วอดรู้สึกไม่ได้ว่า มรึงจะขี้เกียจอะไรกันขนาดนี้....
อย่างที่รู้กันว่า เกาหลีมี 4ฤดู ฤดูใบไม้ผลิเนี่ย หรือฤดูที่เริ่มหว่านเมล็ดเพาะปลูก ฤดูร้อนคือฤดูทำนาทำไร่ ใบไม้ร่วงคือเก็บเกี่ยวเพื่อเก็บเอาไว้กินยามหน้าหนาว
ในขณะที่คนไทยทำนากันปีละ 2 ครั้ง มีผักผลไม้ กินตลอดทั้งปี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ไม่ทำมาหากินก็ยังไม่ถึงกับอดตาย(อดตายจริงๆน่ะ) หาผักหาหญ้าตามท้องทุ่งได้ นิสัยของพี่ไทยเลยเรื่อยๆ เอื่อยๆ รักสบาย อะไรก็ได้...ติดตามยีนส์กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อขุน
ถ้าคนเกาหลีสมัยก่อนไม่ตรงต่อเวลาในการทำนาทำไร่ อดตายเท่านั้นทั้งครอบครัว..และนี่ก็เป็นนิสัยที่สืบทอดกันมาจนถึงรุ่นปัจจุบันเช่นกัน
คนที่รู้จักคนเกาหลี จะสังเกตุว่าเค้าชอบพูดคำว่า " ปาลี ปาลี" หมายความว่า เร็วๆ แมร่ง เร็วทุกอย่างทั้งเรื่องกิน เที่ยว เดิน ทำงานเพราะหากเค้าช้า หมายถึงหนึ่งนาทีที่เสียไปไงล่ะคะคุณๆ
จึงไม่น่าแปลกใจ หากคนเกาหลีที่เพิ่งรู้จัก สัมผัสเมืองแห่งรอยยิ้มนี้ จะเกิดอาการจิตหงุดเงี้ยวกันบ้าง ก็จงเข้าใจว่า เรามันเอื่อย เฉื่อย แฉะในสายตาของเค้านั่นเอง
บล๊อควันนี้ อิเจ๊ทำตัวเป็นพลเมืองดีม๊ากมาก ส่งเสริมสร้างสรรค์ให้คนไทยเข้าใจกับเกาเหลามากขึ้นนะเนี่ย โอ๊ย แต่ทำไมอีโคเรียนแอร์ไม่รับอิชั้น(วะ) ขึ้นต้นดิบดี ลงท้ายไม่พ้น(บ่น)เรื่องแอร์อีกล่ะ เอาล่ะ หมอดูบอกว่าชาตินี้ข้าจะได้เป็นแอร์ เชื่อหมอดูล่ะนะ
หากมีรางวัลส่งเสริมความสัมพันธ์เกาหลี-ไทย ใครจะได้ไปถ้าไม่ใช่อิชั้น 555
ช้านเป็นไทยเจเนอเรชั่นใหม่ไม่เฉื่อยนะยะ