โห พอเอารูปน้องก้อยขึ้นบลอคหน่อยเดียว คอมเม้นท์เยอะแยะกว่าของเจ้าของบลอคอีก เซ็งเป็ดจริงๆ แต่เราต้องไม่อิจฉา ไม่อิจฉา ไม่อิจฉา... อิอิ พร่ำเพ้บอกตัวเองเข้าไป
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นวันพิเศษอีกหนึ่งสำหรับอิชั้นและผองเพื่อนดรุณี พวกเรานัดอาจารย์ที่ปรึกษาที่ดูแลนังวายร้ายมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนจบครบปีสี่ (และปีห้าสำหรับอิชั้น) เป็นอาจารย์ที่พวกเราให้ความเคารพรักดั่งแม่คนที่สองจริงๆ
ณ วันนี้ อาจารย์ของพวกเราเกษียณไปเรียบร้อยแล้ว พวกเราจึงถือได้ว่าเป็นรุ่นสุดท้ายที่อาจารย์เป็นที่ปรึกษาให้ สำหรับมหา'ลัยอื่น คณะอื่น อิกิ๊ฟไม่ทราบได้ แต่สำหรับครุศาสตร์ของพวกเรา อาจารย์ที่ปรึกษาหมายความถึง "ที่ปรึกษา" จริงๆ นอกจากให้คำปรึกษาทั่วไปเรื่องการเรียน ลงทะเบียน วิชาต่างๆแล้ว ใครเลิกกะแฟน เพื่อนไม่คบไม่สงบทางจิตใจ อาจารย์ของพวกเรายังรับฟังและให้คำแนะนำได้ดีเยี่ยม
ขอกราบงามๆสำหรับอาจารย์ของพวกหนู...ในวันครูปีนี้ รองศาสตราจารย์ ดร. เริงรัชนี นิ่มนวลค่ะ
สวยทั้งอาจารย์และลูกศิษย์ อิอิ ไม่ค่อยสตอเล้ย อิกิ๊ฟ
คณะครุศาสตร์ ภาควิชามัธยมของพวกเรา จะมีวิชาเอกให้เลือกเรียนกันสองตัว ไม่มีวิชาโทค่ะ ดังนั้นจึงเรียนหนักกว่าชาวบ้านเค้า อิชั้นเลือกเรียนภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส เพื่อนที่เลือกฝรั่งเศสเหมือนกันมีด้วยกันสิบคน...วันนี้มาได้ห้า ครึ่งนึงก็ยังดีเฟ้ย
เรานัดแนะกันเรียบร้อยก็โทรศัพท์นัดอาจารย์ไปทานบุฟเฟต์กันที่ รร. สยาม เบเวอรี่ แถวรัชดา อาหารราคาไม่แพงค่ะ หัวละ 200 บาทเท่านั้น ถึงแม้รสชาติอาหารจะไม่ได้โดดเด่นมาก แต่เพราะบรรยากาศของการพบกันระหว่างครู-ศิษย์ และระหว่างเพื่อนๆทำให้อาหารมื้อนี้พิเศษมากๆๆๆๆ
คุยกันไป ทานกันไป ก็เริ่มรำลึกเรื่องเก่าๆ ไม่น่าเชื่อว่า พวกเรารู้จักกันมา 8 ปีแล้ว...สี่ปีในรั้วมหา'ลัย สี่ปีหลังจากจบมา เวลาผ่านไปไวจริงๆ ... ทั้งที่เรียนมาด้วยกัน วิชาเดียวกัน แต่พวกเราต่างคนก็มีทางเดินที่แตกต่างกัน เป็นทางที่เดินคนละสายแต่ก็สามารถเดินมาบรรจบกันได้เสมอ
บนซ้าย - หนุน เป็นคนที่เรียนเก่งที่สุดในเอกฝรั่งเศส พื้นฐานฝรั่งเศสจากเซนต์โยแน่นจริงๆ หลังจากจบโทจากอังกฤษ ตอนนี้เธอเป็น Instructor ให้กับโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งบนถนนวิทยุ สำหรับเพื่อนระดับเดียวกัน จะบอกว่าเธอประสบความสำเร็จนั้น ก็คงจะไม่เกินเลยไป
บนกลาง - นกเรียนฝรั่งเศส จิตวิทยา แต่ไปต่อโทที่ออสเตรเลียทางด้าน Media/Advertising ตอนนี้ทำงาน Event Organizer ให้กับบริษัทฝรั่งแห่งหนึ่ง งานหนักมากกกกจึงได้ผอมโกรกอย่างนั้น แต่เธอก็มีความสุขกับงานดี
ล่างซ้าย - แอน เพื่อนรัก เพื่อนสนิทกับอิชั้น ตอนเรียนปีหนึ่งถึงปีสาม แม้จะมีเพื่อนร่วมภาคมากมาย แต่เราก็คบกันแค่สองคน เพราะเราคิดเหมือนกันว่า มีเพื่อนแท้คนเดียวก็เพียงพอแล้ว ระหว่างเราไม่เคยมีความลับต่อกัน แต่พอปีสี่ อิชั้นทิ้งแอนไปเกาหลี แอนจึงบอกว่าโดดเดี่ยวมากๆ แต่สุดท้าย ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป หลังจากอิชั้นกลับจากเกาหลี แอนก็ไปเรียนต่อโททางการโรงแรมที่สวิส ตอนนี้ทำงานเป็น Concierge ที่โรงแรมห้าดาวอีกแห่งบนถนนราชดำริ ขอบคุณมากแอน...สำหรับมิตรภาพดีๆ ความจริงใจ และทุกๆกำลังใจที่เพื่อนมีให้เพื่อน
ล่างขวา - ปู เพื่อนคนเก่งที่มาจากภาคใต้ หนึ่งเดียวของเอกฝรั่งเศส ปูเป็นเด็กหาดใหญ่ที่เรียนเก่ง หลังจบจากคณะ ก็เริ่มทำงานที่ศศินทร์ แต่หลังจากที่เธอพบว่าสังคมของกรุงเทพ ไม่เหมาะกับสิ่งที่เธอต้องการ ชีวิตการเป็นครู(บ้านนอก)ของเธอก็เริ่มขึ้น (เธอเรียกตัวเองอย่างนั้น) หลังสอบบรรจุข้าราชการครูได้ เธอเริ่มต้นสอนหนังสือเด็กๆที่จังหวัดยโสธร แม้ว่าเงินเดือนข้าราชการจะไม่เยอะ แต่เธอก็ทำงานด้วยความรักและความสุข เธอสร้างสรรสิ่งดีๆให้กับนักเรียน เป็นหัวหน้ากลุ่มสาระภาษาอังกฤษ น้อยคนจริงๆที่เรียนครุแล้วมาเป็นครู อิชั้นถือว่า ในสายวิชาชีพที่พวกเราจบมา เธอคือคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด
ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้มา และไมได้กล่าวถึง แต่อิชั้นก็ยังคิดถึงเพื่อนทุกๆคนเสมอ คงจะมีวันนึงที่พวกเราทุกคนได้กลับมาพบกันอีก...
หลังจากกินอิ่มแล้ว ก็ได้เวลาไปออกกำลังกาย แอนรับหน้าที่ไปส่งอาจารย์ที่บ้าน อิชั้น นังนก และนังปูรับหน้าที่ไปจองโต๊ะที่ Booze เราไปถึงร้านกันเกือบสามทุ่มครึ่งแล้ว โต๊ะที่เหลืออยู่ เป็นแค่ Station เล็กๆหน้าเวทีเท่านั้น
ก้อยตามมาสมทบ กลายเป็นหกสาวเริงร่า แต่ขอโทษนะ บริเวณที่ยืนเนี่ย ไม่มีสิ่งจรรโลงสายตาใดๆเลย เฮ้อ
คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกก และมากกกกขึ้นเรื่อยๆหลังสี่ทุ่ม ไม่มีที่แม้แต่จะขยับตัว Booze ขยายเวทีเพิ่ม และตั้ง Station เยอะเกินความเป็นจริง หาตังค์ได้เยอะ ก้ต้องแลกกับลูกค้าที่หายไปด้วยนะ และอิชั้นก็บอกกับตัวเองว่า คงต้องลาทีกับบูซแล้ว คนเยอะ เพลงเก่า ผู้ชายแก่ คนหน้าเหียก จบข่าว...
ก้อยแปลงร่างเป็นหัวหอมแดง ... มรึงจะแดงไปไหน? ไม่เกินตีหนึ่งพวกเราก็พร้อมใจกันออกจากบูซดีกว่า ไม่ไหวแล้วค่ะคุณๆขา ผู้ชายด้านหลังอิชั้น ไม่หล่อไม่พอ ยังตัวใหญ่และกินที่อีก เต้นทีต้องใช้เนื้อที่ 800 เอเคอร์ เอ่อ ทำไมไม่ไปเต้นที่สนามฟุตบอลคะ? แล้วขอโทษนะคะ ตัวคุณอะค่ะ เหงื่อเต็มหลังเลย เปียกกกกหลังกูโว้ย แหวะ
สุดท้าย เราเลยไปจบกันที่ร้านอาหารข้างทางในซ. 38 กินก๋วยเตี๋ยวก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน ใครที่มีเที่ยวดีๆแนะนำมั่งคะ สงสัยคงต้องไปหาร้านอื่นบ้างแล้ว บ๊าย บายนะบูซ...
กิ๊ฟเชื่อว่าคุณๆที่อ่านบลอค คงมีทั้งคนที่เรียนอยู่และเรียนจบแล้ว คิดถึงอาจารย์ที่เคยสอนกันบ้างไม๊คะ ประโยคที่อาจารย์ของพวกกิ๊ฟพูดตลอดเวลาเลยก็คือ "ครูดีใจมากเลยที่พวกเรายังไม่ลืมคนแก่ ขอบคุณมากๆๆที่ยังนึกถึงครู" กิ๊ฟคิดว่าครูทุกคนคิดถึงลูกศิษย์เสมอ หากมีโอกาส ลองหาเวลาไปพบหรือโทรศัพท์ไปหาอาจารย์กันดีไม๊คะ การได้กลับมาพบกันอีก เป็นความทรงจำที่ดีมากจริงๆ
คิดถึงเพื่อนๆตอนที่เรียนอยู่ด้วยกันจัง เอาไว้มีโอกาส อิชั้นจะเอารูปสมัยเรียนละอ่อนมาให้ดูนะคะ
เจอกันใหม่บลอคหน้าค่ะ ฝนหลงฤดู อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วย คิดถึงทุกคนด้วยค่ะ จุ๊บๆ