2008/Feb/20

ความรักของใครคนหนึ่งอาจหมายถึงเพียงแค่ ความรักระหว่างคนรัก ความรักระหว่างเพื่อน ความรักระหว่างพี่น้อง ความรักระหว่างครอบครัว.... แต่กิ๊ฟเพิ่งได้รู้จักความรักอีกแบบที่ไม่ได้ใหม่ในพจนานุกรมของคนอื่น แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตกิ๊ฟได้เรียนรู้จักคำว่ารักในอีกความหมายหนึ่ง เป็นความรักบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ต้องการสิ่งใดใดตอบแทน....

เมื่อประมาณสามเดือนก่อน กิ๊ฟได้ไปเยี่ยมเจ้คนหนึ่งที่เป็นญาติสนิทกัน บ้านเจ้มีหมาสองตัว เป็นสุนัขพันธุ์ผสม ด้วยความที่เคยเลี้ยงหมาตอนเด็กๆ แต่เกิดเหตุบางอย่างที่ทำให้เลี้ยงต่อไม่ได้ ความรู้สึกรักและเอ็นดูหมายังคงอยู่ในใจตลอดมา

ซูกัสเป็นหมาที่ฉลาดมากกกกกกกกกถึงมากที่สุด หากมีวิวัฒนาการอีกขั้นนึง ซูกัสคงเป็นคนที่อยู่ในร่างหมาอย่างแน่นอน รู้ความและเข้าใจในการสื่อสารทุกอย่างที่เราคุยกับเค้า กิ๊ฟได้เจอซูกัสครั้งแรกในวันนั้น ซึ่งเป็นวันที่ซื้อขนมหมาเข้าไปฝาก แต่เค้าหยิ่งและหวงตัวไม่ยอมให้กิ๊ฟจับ เลยได้แต่โยนขนมกองๆเอาไว้

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา การรับรู้เรื่องราวของซูกัสก็มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องทางเอ็มกับเจ้คนนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่กิ๊ฟนึกรักและเอ็นดูซุกัสตั้งแต่แรกเห็น อาจจะเพราะความตอแหลเกินหมาของเค้าก็ได้มั้ง ที่ทำให้ทุกคนรอบตัวอดที่จะรักเค้าไม่ได้

แล้ววันหนึ่ง...เจ้ก็บอกว่าซูกัสไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมกินน้ำ พวกเราเข้าใจกันว่าเป็นเพราะกัสประท้วงที่เราไม่พาออกไปนั่งรถเล่น ซุกัสชอบงอนเวลาทีไม่ได้ดั่งใจ ถ้าสัญญาว่าจะพาไปเที่ยวแล้วเบี้ยวนัด กัสจะงอนเดินบิดตูดเข้าบ้านไม่มองหน้าเลย ต้องง้อด้วยการเอารถมารับมันไปเที่ยวในวันถัดไป

พวกเราพากัสไปหาหมอที่เกษตรหลายครั้ง หมอตรวจเลือดและสรุปอาการว่า กัสไม่ได้ป่วยอะไรแต่เป็นเพราะว่าต้องการความรักและเรียกร้องความสนใจ เพราะระหว่างที่ตรวจตาแป๋วแหววจ้องหน้าหมอตลอด หมออมยิ้มแล้วบอกว่า "หน้าแบบนี้ไม่ได้ป่วยหรอกค่ะ" พวกเราโล่งอกแต่ยังไม่วางใจเพราะกัสยังไม่ยอมกินข้าวและกินน้ำ ขนาดว่าป่วยแต่เวลาที่ทำความสะอาดบ้าน ก็จะลุกจากที่นอนเพื่อมาช่วยจับหนู

อีกหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป กัสเริ่มผอมลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับอาการน้ำมูกไหล หมอคลีนิคแถวบ้านบอกว่ากัสเป็นโรคปอดชื้นแต่พวกเราตัดสินใจเปลี่ยนหมอไปคลีนิคอีกแห่งหนึ่งที่เราเคยหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หลังจากที่หมอตรวจสารคัดหลั่ง(ขี้ตา) หมอสรุปว่ากัสเป็น "ไข้หัดสุนัข"

พวกเราหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับอาการของโรคแล้วเราก้พบว่า อาการของกัสเข้าสู่ระยะทางเดินอาหารและแรกเริ่มของทางเดินหายใจ ช่วงนั้นกัสจะนอนไม่ได้เพราะหายใจไม่ออก ต้องนั่งตลอดคืนและแม้แต่น้ำก้ก้มลงไปกินเองไมได้ เจ้ต้องฉีดอาหารและน้ำทางสลิงค์ สองวันผ่านไป เสลตในลำคอดีขึ้นและหมอชมว่าอาการดีขึ้นมากเหมือนปาฎิหาริย์ เรียกได้ว่าหายป่วยแล้วเหลือเพียงแค่อาการไม่อยากอาหารและน้ำเท่านั้น

เจ้เพียรซื้ออาหารทุกชนิดและทำทุกวิธีที่จะให้กัสกินอาหารได้มากขึ้น กัสก็ยังคงต้องกินอาหารทางสลิงค์และเปลี่ยนอาหารให้เป็นนมหรือพวกแบรนด์เพื่อบำรุงกำลังแทน หลังจากนั้นประมาณสามวัน อาการที่ว่าดีขึ้นก็เหมือนจะแย่ลงเพราะขาหน้าสองข้างไม่มีแรง กัสลุกขึ้นยืนเองไม่ได้ ลุกทีไรหน้าทิ่มทุกที จนเจ้และทุกๆคนต้องบอกว่าไม่ต้องเดินก้ได้ นอนตรงนี้ ฉี่ตรงนี้แหละ แรกๆคงจะยังอายที่ต้องฉี่บนที่นอน เลยต้องแอบฉี่ตอนที่ไม่มีใครเห็น ตอนหลังเจ้เลยพยายามอุ้มเข้าออกนอกบ้านวันละหลายครั้งเพื่อให้ฉี่ แม้ว่ากัสจะนอนทั้งวัน แต่จะคอยหันหน้าขึ้นมามองเวลามีใครเรียกแม้ว่าตาลืมแทบไม่ขึ้นก็ตาม

คุณหมอให้พวกเราช่วยกันนวดขาให้ตลอดเวลา ตบปอดเพื่อให้หายใจสะดวก พวกเราเปลี่ยนจากการให้อาหารมาเป็นนมผงเด็กเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กัสแทน อาการของโรคดูจะเข้าสู่ระยะของระบบประสาท เพราะขาหน้าที่ไม่มีแรงของกัสเริ่มกระตุกนิดๆ แต่ความฉลาดของกัสทำให้เราทึ่งมากเพราะเค้าเลือกที่จะนอนท่าทับขาหน้าเอาไว้ไม่ให้กระตุก นานๆทีจึงเปลี่ยนท่าแล้วก็กลับมานอนท่านี้ใหม่

หลังจากอาการทรงๆอยู่ได้อาทิตย์นึง ขาเริ่มกระตุกมากขึ้นแล้วสิ่งที่เรากลัวตั้งแต่แรกก้เกิดขึ้น กัสนอนกัดลิ้นตัวเองโดยไม่รู้ตัว เลือดไหลออกจากปากและมีเศษเนื้อชิ้นเล็กๆติดอยู่ เจ้รีบเอากัสไป รพ สัตว์จุฬา หมอบอกว่าต้องให้น้ำเกลือติดกันสามวัน ที่เค้ากัดลิ้นตัวเองเป็นเพราะควบคุมตัวเองไมได้และเค้าไม่รู้สึกเจ็บด้วย ตอนนี้กัสไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว นอนหลับอย่างเดียว พอยาหมดฤทธิ์ก็จะเงยหน้ามามองเป็นระยะ

ในที่สุดวันที่สามของการให้น้ำเกลือก็จบลง พร้อมๆกับที่กัสหายใจติดขัดและแผ่วเบาลง ปัสสาวะราด หยุดหายใจไปแล้วก็กลับมาหายใจใหม่ หมอบอกว่าเค้าใจแข็งมาก อดทนมาได้นานขนาดนี้ ไม่มีแม้แต่เสียงร้องสักแอะ ท้ายที่สุดทั้งหมอและทุกคนก็เห็นตรงกันว่าควรจะให้เค้าไปอย่างสงบ เพราะถ้าให้เค้าไปตามธรรมชาติ โอกาสที่สมองเค้าจะฟื้นตัวมีน้อยมาก ถึงหายแต่ก็จะไม่เหมือนเดิมเพราะระบบประสาทถูกทำลายไปหมดแล้ว หมอเลยฉีดยานอนหลับให้กัส เค้าสงบนิ่งมากขึ้น ลิ้นที่ถูกงับก็กลับเข้าไปเหมือนเดิม เหมือนหมาที่นอนหลับสนิท....

กัสจากพวกเราไปแล้วเมื่อคืนนี้ หลังจากที่ใช้ชีวิตมาได้ 8 ปี สิ่งที่เหลืออยู่คงมีแค่เพียงความทรงจำดีๆ อย่างน้อยพวกเราก็ยังดีใจที่ได้ช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่.....และให้ความสำคัญกับกัสเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน เจ้เล่าว่าหมอ(ผู้ชาย)ที่ฉีดยาให้กัส ลูบหัวแล้วบอกกับกัสว่า ไปเกิดเป็นคนนะลูกพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า เช้าวันนี้หลังจากที่เจ้มาเล่าให้กิ๊ฟฟัง พิมพ์เอ็มกันไปน้ำตาก็ไหลไปตลอดเวลา....เศร้าจริงๆ

 

ตอนที่ยังไม่ป่วย ทำหน้าตาตอแหล เวลาใครขัดใจก็จะต้องงอน ชอบทำตาปริบๆให้สงสาร

ตอนที่ป่วยหนัก ลุกเดินไม่ไหวแล้ว

ท่านอนที่คลาสสิคมาก เอาปากทับขาหน้าที่กระตุกเอาไว้ตลอดเวลา

ก่อนที่กัสจะหลับสบาย....น้ำหนักสุดท้ายเหลือที่ 7 กิโลจาก 10 กิโล

--------------------------------------------------------------------

คงเป็นบลอคที่ยาวมากๆๆ ถ้าไม่อยากอ่านก็ผ่านไปได้เลยนะคะ ระหว่างที่นั่งพิมพ์ไป น้ำตาก็ไหลไป ไม่รู้จะร้องอะไรมากมาย คนที่ไม่เข้าใจอาจจะบอกว่าร้องเหมือนญาติเสีย ค่ะ มันเหมือนญาติเสียจริงๆ ทั้งที่พอจะทำใจไว้บ้างแล้ว แต่พอวันนี้มาถึงก็ใจหาย ซูกัสฉลาดเหมือนคนจริงๆ ยิ่งได้เห็นความแสนรู้ก็ยิ่งรัก...

กัสเอ๋ย ตอนนี้หนูยังหลับอยู่รึเปล่า หนูจะรู้รึยังว่าตอนนี้หนูไปอยู่ที่ใหม่แล้ว ใครบางคนบอกว่า สุนัขเป็นชาติสุดท้ายก่อนที่จะได้มาเกิดเป็นคน ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ตอนที่หนูลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็คงได้เวลาที่หนูจะเกิดใหม่เป็นคนแล้วนะ เจ้จะทำบุญใส่บาตรไปให้ หนูจะได้ไปเจอภพภูมิที่ดีขึ้นไป...

หลับให้สบายนะซูกัส....แล้วสักวันหนึ่ง เราต้องได้พบกันใหม่แน่นอน

(ฮือ ทำไมน้ำตาไม่ยอมหยุดไหลเลยอะ)

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอบใจมากนะกิฟ ทุกอย่างที่กิฟบอกเล่าในนี้ เหมือนกิฟรับรู้ทุกอย่างของความรู้สึกเจ้จริงๆ ขอบใจมากที่ตลอดเวลาเป็นทั้งกำลังใจให้ และความห่วงใยที่มีให้กับซูกัส ...ซูกัสจะอยู่ในใจเราตลอดไป...
#1  by  เจ้นี (58.9.174.153) At 2008-02-20 14:11, 
เสียจัยด้วยค่ะ..หวังว่าซักวันเค้าจะกลับมาหานะค่ะ

เพราะคิดว่าเค้าก้อน่าจะรู้ว่าคุณนะรักเค้ามาก..
#2  by  Kanya_b At 2008-02-20 14:59, 
Jay : ง่ะ
เสียใจด้วยนะคะพี่
#3  by  Jay At 2008-02-20 15:44, 
อ่านแล้วเลยร้องไห้ไปด้วยเลยค่ะ
#4  by  รัตน์ (58.9.174.153) At 2008-02-20 16:10, 
เสียใจด้วยค่ะพี่กิ๊ฟ
อ่านแล้วน้ำตาคลอเลย คนเราเลี้ยงหมา แต่กับเราความผูกพันก็รู้สึกเหมือนเค้าเป็นคนคนนึง
เราเอาใจใส่เค้าเต็มที่แล้ว ซูกัสเองก็คงรู้สึกได้เหมือนกัน ...
#5  by  °˚◦« ป.-สระอู :뿌 »◦˚° At 2008-02-20 19:34, 
อ่า~~~~
เศร้าจัง
เรายิ่ง sensitive อยู่

ถึงเราจะรักแมวมากกว่าหมา แต่ก็อดสงสารไม่ได้
#6  by  ~Pompoko~เดี๊ยนเองฮ่ะ At 2008-02-20 19:43, 
นี่จะหาหมามาเลี้ยงเหมือนกันครับ ผมอยู่คนเดียว ตามประสาหนุ่มโสด เหงา

แต่กลัวเสียใจตอนมันจากเราไปจัง
#7  by  หนุ่มชุดดำ At 2008-02-20 21:04, 
เสียใจด้วยนะ
พี่เข้าใจเลยว่าสัตว์เลี้ยง ก็มีความผูกพันกับเจ้าของไม่ต่างจากคนหรอก ดังนั้นพี่ไม่อยากเลี้ยงเพราะกลัวการจากลาอ่ะ
เข้มแข็งไว้นะ
#8  by  *@ Little Finger @* At 2008-02-21 05:40, 
เสียใจด้วยนะคะ


แต่ก่อนกวางก็เคยเลี้ยงหมาเหมือนกันค่ะ แต่เพราะมันชอบเห่า
คนงานเลยแอบวางยาเบื่อ...สงสารมากๆ
พอมาอ่านบลอคพี่กิ๊ฟท์แล้ว เศร้าเลย
#9  by  SweeT HOME At 2008-02-21 21:53, 
แสดงความเสียใจด้วยนะคะ ขอให้ทุกคนคลายความโศกได้อย่างเร็ววัน อย่างไร ความรักของซูกัสที่มีให้ทุกคนยังอยุ่แน่นอนค่ะ
#10  by  aMy At 2008-02-22 18:17, 
เข้าใจฟีลเลยพี่กิ๊ฟ

ขนาดหมาบี ไอ้กิมจ๊อซื้อมาเลี้ยงแค่สองอาทิตย์ ก็ป่วยเป็นไข้หัด เหมือนกัน พาไปหาหมอรักษา เหมือนจะดีขึ้นแต่ก็ไม่หาย

สงสารมากตอนที่มันอ๊วก แล้วก้ถ่าย

จนชัก ตัวเกร็ง น้ำลายฟูมปาก

นึกแล้วก็คิดถึง


แต่บีก็คิดว่า เราทำดีที่สุดแล้ว เราให้ความรักความใส่ใจเค้าเต็มที่ คิดว่าเค้าคงมีความสุข แม้จะแค่ช่วงสั้นๆก็ตาม

หายเศร้าไวไวนะจ๊า
#11  by  blaxberry (124.121.126.54) At 2008-02-22 23:53, 
หุหุ คือว่ามี่ไม่ได้ดูปฎิทินหรอก เพราะคุณชายไม่ฟันธงสักทีว่าจะมาวันไหน ตอนนี้ดูแต่โปรแกรมเที่ยว กรั่กๆๆ ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้รักของมี่นะจ๊ะ big smile
#12  by  aMy At 2008-02-28 13:54, 

<< Home


BLuEs&A~bLuEskY
View full profile