มาแล้วค่ะสำหรับภาคต่อของการเดินทางเข้าแดนกิมจิเป็นครั้งที่สามในชีวิต มีคนถามว่า ทำไมอิชั้นไม่หาหนุ่มเกาหลีเป็นตัวเป็นตนและฝังรากลึกที่นี่ไปซะให้หมดเรื่อง ก็แหม อิชั้นเคยเล่าให้ฟังไปแล้วในบลอคแต่ก่อนเก่าและในหนังสือว่า "หนุ่มเกาหลีหน้าตาดี มีแค่ในจอ" เจ้าค่ะ เฮ้อ...
หลังจากบลอคที่แล้ว อิชั้นได้เล่าถึงความเสร่อของตัวเองในการเยือนชั้นบิสสิเนสครั้งแรกในชีวิต ใครยังไมได้อ่าน แวะอ่านได้ที่นี่นะเจ้าคะ สำหรับวันนี้ ลุยกันต่อเลยดีกว่า กว่า กว่า...
เรามาถึงสนามบินประมาณแปดโมงเช้าเกาหลีโดยประมาณ สลบไสลกันพอดูเลยค่ะ ไหนจะเป็นอีบ้าหอบฟาง มือหนึ่งพาดเสื้อโค้ท มือหนึ่งลากกระเป๋า พะรุงพะรังไม่เหลือเค้าของความเป็นผู้ดีที่ไฮโซวเลยสักนิดค่ะ อากาศยามเช้าของเกาหลีในวันนั้นคือประมาณ 3 องศา หนาวจับไข่ เอ๊ย จับไข้กันเลย (ลืมไป อิชั้นไม่มีให้จับ)
วิธีการเข้าเมืองของเกาหลีที่ยอดนิยมก็คือ การนั่งรถลีมูซีนบัสค่ะ จะมีสายรถที่แบ่งว่าจะไปที่ไหน สำหรับโซลก็แบ่งเยอะหน่อยเพราะมีหลายเขต เขตเมืองอย่างมยองดง ทงแดมุน ก็อีกทางนึง ถ้าเป็นแถวคังนัม(ซึ่งเป็นที่ที่เราจะไปพักนั้น) ก็จะเป็นเขตโรงแรมหรูๆในย่านธุรกิจ ซึ่งต้องไปอีกเส้นนึง
หนาวแค่ไหน อิกิ๊ฟ(ยิ้ม)สู้ตายเสมอ
หน้าตาของลีโมที่จะพาเราเข้าเมือง
โซลในวันนั้น (เช้าวันพฤหัส) รถติดยาวเหยียด ปกติจะใช้เวลาจากอินชอนไปคังนัมประมาณ ชม นิดๆ วันนั้นเล่นเอาอิชั้นกะเจ้านายเลื่อนประชุมกันแทบไม่ทัน สองชม กว่าๆบนถนนในโซลค่ะ คร่อก
หลับๆตื่นๆมาเพลิน ก็เจอกับตึก หกสิบสาม ในตำนาน ตึกที่นางเอก My Girl ร่ำร้องกับพระเอกจะขึ้นไปไงคะ จำกันได้ป่าว?
ไม่กี่อึดใจ (ที่แทบขาดใจ) อิชั้นกะเจ้านายก็เช็คอินที่ รร หรูกลางเมืองค่ะ Renaissance Seoul สนนราคาค่าห้อง หมื่นติ๊ดๆเท่านั้นเอง (ห้องแพงค่ะ แต่อิชั้นได้ใช้แค่ซุกหัวนอน T_T)
หลังจากไปตะลุยประชุมสองที่จนเสร็จประมาณเกือบหกโมงเย็น สภาพอิกิ๊ฟตอนนี้ใกล้ทำกงเต็กเต็มทีเนื่องจากไม่ได้นอนติดกันมา 33 ชม แล้วเท่านั้นเองค่ะ แต่ภารกิจสำคัญของเรายังมิได้บรรลุล่วง ตูจะตายไม่ได้ T^T ไปค่ะ ไปสำรวจตลาดกันต่อ...อิชั้นขอเสนอเจ้านายไปแวะพักจุดสุดท้ายที่มยองดง ฮี่ๆๆๆ แผนสูงชิมิ๊คะ?
การเดินทางที่รวดเร็วที่สุดก็คือรถไฟใต้ดินค่ะ แต่เป็นการเดินทางที่อิชั้นกะเจ้านายแทบขาดใจ ไม่รู้ประชาชนชาวโซลมาจากไหน รถทุกขบวนแน่นเอี๊ยดดดดด เบียดกันจนไม่มีอากาศหายใจ แล้วดัน(เสือก)ใส่โค้ทหนากับผ้าพันคอ มีปัญญารอดชีวิตก็บุญแล้ว เฮ้อ
แต่ก็นะ กล้องมา...หน้าต้องยิ้ม คุณแม่สอนมาค่ะ อิอิ
เห็นได้ทั่วไปค่ะโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยามราตรี สูงได้อีกนะ แต่สำหรับคนทีมีจุดหมายเดินช๊อปปิ้ง อย่าเด็ดขาดค่ะถ้าคุณไม่อยากกลับโรงแรมก่อนเวลา สวยและเปรี้ยวค่ะแต่เมื่อยสุดตรีน
ถึงแล้วค่ะ แหล่งพักพิงสุดท้ายของอิชั้น
กองทัพเดินด้วยท้องเสมอ ของอิชั้นเป็น เชยุกโปกกึมปัป ข้าวหมูผัดพริกเกาหลี ส่วนของเจ้านายเป็นข้าวผัดเนื้อค่ะ อิ่มอร่อยกับด้วยอาหารตาและอาหารหู
เพราะในร้านมีบูทดีเจ (เป็นลุงแก่ๆ) ที่คอยเปิดเพลงตามคำขอ เปรี้ยวมาก
หลังจากท้องอิ่ม ก็เดินมุ่งตรงไปยังจุดมุ่งหมายของเรา คืนนี้ไม่ได้ อิกิ๊ฟตายแน่...
ผ่านร้าน โอลีฟ-ยัง ร้านสะดวกซื้อของเกาหลี สาขาเยอะเชียวค่ะ และหลังจากเดินวนสับขาหลอกเจ้านายหลายรอบ อิชั้นก็มาถึงซะที เล่นเอาตูหอบเลย
ในที่สุด รินก็มาถึงร้านอีตูดแล้ว ถ้าไม่มากลับไปหัวขาดแน่ๆๆๆ T^T ทุกคนใจร้ายกับรินมากเลยนะคะ ชีวิตรันทดจริงๆ
ขมักเขม้นมากกกกกกกกกก ตั้งใจเหลือเกิน (เพราะซื้อผิดไป ตูก็ซวย) เห็นกระดาษในมือบีเอไม๊คะ ปึกนั้นแหละค่ะ ลิสของตู (ที่คนอื่นฝากมา) กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
แล้วเห็นด้านหลังไม๊คะ ที่มีโปสเตอร์หน้าผู้หญิงแป้นแล้นอยู่อะค่ะ มันคือผลิตภัณฑ์ออกใหม่ที่อิชั้นมิได้มีโอกาสหยิบเลยสักนิ้ดเดียว แล้วที่หนูๆทั้งหลาย แกๆๆทั้งหลายฝากซื้อมาน่ะ พอกลับมาถึงเมืองไทยปุ๊ป มันตกรุ่นเลยค่ะ แล้วเอารุ่นข้างหลังอิชั้นขึ้นเว็บหมดเลย
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ขอบใจมากนะ อีตูด!!! (ขอแอบบอกให้ช้ำใจไปด้วยกัน มันถูกกว่าด้วยค่ะ รุ่นใหม่น่ะ) ฮือ
เข้าไปมือเปล่า ออกมาเต็มแขนแบบนี้ล่ะค่ะ หลังจากที่ใช้เวลาในร้านประมาณครึ่งชม กว่าๆ ต้องรีบเผ่นกลับโรงแรมเพราะมีอีกหนึ่งประชุมตอนสี่ทุ่ม ขากลับเดินหลงหาทางไปสถานีรถครึ่งชม นั่งรถใต้ดินอีกชม นน. อีถุงสามถุงนี่รวมกันประมาณสามกิโล อิกิ๊ฟไม่ได้นอนรวมกันมา เกือบสี่สิบชม และที่สำคัญของที่ซื้อมาไม่มีของตัวเองเลย เห็นรึยังว่า ชะตาฟ้ากลั่นแกล้งรินเหลือเกิน....T_______________T
จากสถานีรถใต้ดินมาถึง รร ระยะทางประมาณสามร้อยเมตร อิชั้นกะเจ้านายใส่เกียร์ห้า บ้าพลัง วิ่งกลับ รรเพราะกลัวว่าจะมาประชุมกับนายเมกันไม่ทันสี่ทุ่มครึ่ง.......ไม่ทันจริงๆค่ะ เค้าหลับไปแล้ว เลยแยกย้ายกันกลับห้องเพราะอีกวันต้องตื่นแต่เช้า........เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกก
แต่................
.............
.......
....
..
อิชั้นมันโรคจิตอะค่ะ ยังนอนไม่ได้ถ้าไมได้ถ่ายรูปอีพวกนี้ไว้เป็นหลักฐาน ฮ่าๆ
เริ่มจาก สกินหูดก่อนละกันนะคะ
นิดหน่อยเพราะไม่ให้เน้นสั่ง กลัวไมได้แวะ
แล้วก็ต่อด้วย อีตูด ค่ะ
เฉพาะอันนี้คือของที่คนอื่นฝากมานะคะ ยังไม่รวมที่ซื้อเองกระจุกกระจิกอีก
อาจจะดูเหมือนไม่เยอะ แต่ถ้าสังเกตุ บนซ้ายนี่เป็นถุงที่ใส่ยาทาเล็บหมดเลยค่ะ ประมาณเกือบยี่สิบขวด ลิปกลอสน่าจะประมาณเกือบๆสามสิบแท่ง ราคราแท่งละร้อยหกสิบบาท อีตูดเมืองไทยค้ากำไรจริงๆ และเนื่องจากว่าวันแรกที่ซื้อของได้ไม่ครบลิส อิชั้นก็เลยต้องออกไปซื้อให้อีกคืนที่สถานีรถไฟคังนัม นั่งรถไฟไปสถานีเดียวค่ะ ของทั้งหมดที่ซื้อกลับมาประมาณสองหมื่นบาทไทย โอ้ว
ตื่นเช้ามาก็เตรียมตัวเช๊คเอ้าท์เพื่อบินต่อไปยังญี่ปุ่น เนื่องจากคสอ เยอะมากและปิดกระเป๋าไม่ได้ อิชั้นเลยเกือบตกรถลีโมไปสนามบินเพราะแพคกระเป๋าไม่เสร็จ ชีช้ำจริงๆอิกิ๊ฟเอ๊ย
ใช้เวลาประมาณชม นิดๆก็มาถึงสนามบินค่ะ หลังจากเช๊คอินแล้วก็เดินช๊อปปิ้งตบท้ายแต่เนื่องจากร้านดิวตี้ฟรีกำลังปรับปรุงหลายร้านเลยไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจให้เสียเงินเท่าไร เลยไปนั่งพักรอที่เกทเลยดีกว่า
ลำนี้แหละค่ะที่จะพาไปเราญี่ปุ่น
ถ่ายคู่กับเจ้าถิ่นเค้าหน่อย
ของเยอะจนต้องเอาถุงอีตูดมายีดเสื้อหนาว ซิบรูดไม่ได้ค่ะ ตึงมาก
ในที่สุด เท้าคู่นี้ก็มาเหยียบเกาหลีอีกครั้งจนได้ รองเท้าคู่เดิม ณ จุดจุดเดิม
ถ้ามีโอกาส ได้เจอกันอีกแน่เกาหลี........รินสัญญา
สองคืนในเกาหลีทำให้คิดถึงชีวิตสมัยมาเรียนที่นี่ ใช้ชีวิตเป็นคนที่นี่ตั้งเกือบสองปี โซลไม่เปลี่ยนไปเลยในความรู้สึก มีแต่ตัวอิชั้นที่เปลี่ยน อย่างน้อยก็โตขึ้นและกลับมาเยือนโซลด้วยจุดมุ่งหมายที่เปลี่ยนไป สำหรับอิชั้น เกาหลีก้เป็นประเทศที่คุ้นเคยที่สุด รองจากเมืองไทยนั่นแหละค่ะ ยังไงจิตใจก็ยังผูกพันเสมอ....ถ้ามีปัญญา อิชั้นอยากจะกลับไปโซลให้ได้ทุกปี คิดถึงอาหารเกาหลีมากๆเลยค่ะ
ตามอ่านกันถึงซีรีย์สองแล้ว แต่ยังไม่จบง่ายๆหรอกนะคะ ตอนต่อไปจะบุกตะลุยญี่ปุ่นแล้ว อย่าลืมติดตามกันต่อด้วยเน้อ
น้องๆหนูๆ อีเจ๊ และหล่อนๆที่ฝากซื้อทั้งหลาย อ่านแล้วถ้าสงสารริน หากจะนำเสนอค่าหิ้วสักร้อยนึงต่อชิ้น รินก็เต็มใจรับนะจ๊ะ ฮิฮิ
ขอให้มีความสุข สนุกกับการอ่านบลอคของกิ๊ฟนะคะ เทคแคร์ค่ะ
edit @ 20 Mar 2008 10:12:33 by BlUesE@-BlUesKy