2008/Sep/09

กลับมาเรียบร้อยในสภาพบักโกรก ล้อเครื่องบินแตะแผ่นดินเมืองไทยวันที่ 3 พร้อมกับข่าวคราวไม่ดีของบ้านเมือง ชาวเวียดนามเค้าโห่ฮาปิดเมืองฉลองเพราะถึงคราวที่ประเทศเค้าจะได้แซงเมืองไทยได้ซะที เฮ้อออออออ (ขอถอนหายใจดังๆซักรอบ)

หลังจากกลับมาก็ป่วยไปอีกวันเนื่องจากเที่ยวหนัก เอ๊ย ทำงานอย่างหนักที่โฮจิมินห์ และเกือบเอาชีวิตไม่รอดกับสภาพถนนหนทางของชาวเวียดเค้า อิกิ๊ฟเกือบถูกรถชนวันละหลายรอบ กลับมาปุ๊ป นึกอยากไปจุ๊บขอบคุณจราจรไทยที่ทำให้ถนนของกรุงเทพน่ารักขึ้นอีกเป็นกอง ใครชอบด่ารถบ้านเราหรือขับไปด่าไป ก็ลองไปเที่ยวเวียดนามซักครั้งนะคะ คุณจะกลับมาเจอสวรรค์ที่สี่แยกบ้านเรานี่เอง

เมื่อคุณไปเวียดนาม สิ่งแรกที่จะติดตราตรึงใจและคงอยู่ในโสตประสาทคุณมิรู้ลืมคือ "เสียงแตรรถ" ค่ะ เป็นเสียงที่ส่งอิชั้นเข้านอนในตอนค่ำและเป็นนาฬิกาปลุกในตอนย่ำรุ่งของทุกวัน การบีบแตรรถที่เวียดนามไม่ได้บีบเพื่อจะด่าพ่อแม่ใคร และไมได้มีนัยยะอะไรสำคัญนอกจากจะเป็นการส่งสัญญาณทางสังคมว่า "กูอยู่นี่"  เท่านั้นแหละ พวกเมิงช่วยๆระวังกันหน่อย อย่ามาเผลอมาชนรถตู และเนื่องจากความคิดนี้ถูกปลูกฝังอยู่ในยีนของชาวเวียดนามตั้งแต่สามร้อยปีก่อน ทั้งฝูงรถมอ'ไซค์ ขบวนรถเก๋ง กริ่งจักรยาน จึงดัง(แม่ม)ทุกๆสองนาที โอยยยยยยยย เครียดดดดดดดดดดด

การข้ามถนนที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่สงครามอะไรสักอย่าง รถจะมาจากทุกทิศทุกทางพุ่งเข้าสู่ตัวคุณ ถ้าเดินเงอะงะปาจิงโกะ ก็สงสัยจะไม่ได้กลับเมืองไทยอีกเลยตลอดกาล แต่แปลกมากที่ตลอดสี่วันในโฮจิมินห์ อิชั้นไม่เห็นอุบัติเหตุสักราย ขั้นเทพจริงๆ

หลังจากได้ไปทั้งฮานอยและโฮจิมินห์มาแล้ว โฮจิมินห์หรือเสือใต้ของอิชั้นดูจะเจริญกว่ามากในสายตา ถึงแม้สิงห์เหนือ(ฮานอย)จะเป็นเมืองหลวงและที่ตั้งของสถานที่ราชการ (รวมทั้งเป็นเมืองที่ชนะสงครามเวียดนามในอดีตด้วย) วิถีชีวิตของเสือใต้ดูจะใกล้เคียงกับชาวตะวันตกมากกว่าและเป็นแหล่งรวมของย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญ

รูปวันนี้เยอะมากก จะขอเล่าเรื่องผ่านรูปและก็เพิ่มเสริมเกร็ดอะไรที่ได้ทราบมานะคะ

ทริปนี้ของเราได้เกาะปีกของ "คุณคะ" ไปแทนหางแดงซึ่งทริปที่แล้วต้องจ่ายค่าน้ำหนักกระเป๋าเกินไปหลายพัน เพราะหางแดงอนุญาตให้ขนได้แค่ 15 กิโลเป๊ะ ในขณะที่เราอัพน้ำหนักกับเจ้าจำปีได้ เลยจำต้องยอมจ่ายค่าตั๋วแพงขึ้น ไป-กลับ กรุงเทพ โฮจิมินห์ หมื่นสี่นิดๆค่ะ (ปาดเหงื่อ) แล้วนอกจากค่าตั๋วจะแพงแล้ว เนื่องจากไฟลท์สั้นมากแค่ชั่วโมงเดียว อาหารที่ได้ทานบนเครื่องจึงมีหน้าตาเยี่ยงนี้

Meal Box ในบรรจุภัณฑ์ทันสมัย

ข้างในคือส้มตำกับไก่ย่าง น้ำส้ม ขนมหวานและน้ำเปล่า ส่วนขนมปังก้อนพนักงานจะเดินเสริฟ์ค่ะ อิกิ๊ฟหิวมาก เลยเป็นน้องพลับขอสอง อิอิ ไฟลท์ระยะสั้นอย่างฮานอย โฮจิมินห์ กัวลาลัมเปอร์ จะได้อาหารกล่องแบบนี้ เป็นอาหารที่เรียกว่า Cold Meal ค่ะ ไม่มีการอุ่นร้อนจากครัวบนเครื่อง

ถึงแล้วสนามบินโฮจิมินห์ สนามบินที่นี่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปีที่แล้วค่ะ ก็ทันสมัยและดูดีแต่ไม่ใหญ่เหมือนสุวรรณภูมิ ในขณะที่สนามบินฮานอยยังเก่า(มากกกกกกกก) ไปแล้วไม่ประทับใจเลย

ลงเครื่องปุ๊ป ก็เจอกองทัพรถมอไซค์มาต้อนรับปั๊ป

วงเวียนไรไม่รู้ ทำเป็นแผนที่โลก สวยดี

เหมือนเป็นพลาซ่าเพิ่งสร้างใหม่ค่ะ ที่โฮจิมินห์จะมีตึกที่สร้างใหม่สวยๆคละกับตึกเก่าสมัยฝรั่งเศสปกครอง

ล้อเครื่องแตะพื้น ก็ทำงานกันเลย มาถึงสถานที่จัดงาน Vietbuild เป็นเหมือนงานสถาปนิกบ้านเรา แต่เล็กกว่า(มาก) และจัดในสนามกีฬาค่ะ ป้ายของโคห์เลอร์ใหญ่มะ

ผู้สนับสนุนรายการ

ร้านอาหารที่เราไปทานกัน รู้สึกว่าลักษณะร้านจะแปลกๆ เพราะไม่มีผู้หญิงเข้าไปทานเลย แล้วสาวเสริฟ์ก็ใส่ขาสั้นกุดบวกกับทำนมหกตลอดเวลาใส่หน้า(ตู) เผอิญไม่ใช่ปรสิตไม่ชอบผู้หญิงย่ะ

โรงแรมที่ไปพักค่ะ ชื่อ ง่อกลาน เก่าแล้วแต่ราคาไม่แพง คืนละ 35 เหรียญบวกอาหารเช้า

สภาพห้องก็โอเค พอดีนอนกะพี่อีกคน เลยไม่หลอน เพราะเจ้านายนอนคนเดียว ไฟดับติดกันสองคืน บรื๋อ

กลางค่ำกลางคืนหิว เลยเดินออกมาหาอะไรกิน ปรากฏว่าไม่มีอะไรกินเลย นี่คือร้านขายขนมไหว้พระจันทร์ค่ะ รู้สึกเค้าจะขายทั้งปี ไม่ได้ขายเป็นเทศกาลเหมือนเรา

และนี่ก็มอไซค์อีกแล้ว

อาหารจานต่อไป เป็นข้าวหัก(broken rice) ทานกับหมูย่างและหนังหมูค่ะ อร่อยมั่กๆ

วันที่ไปอยู่ในช่วงวันชาติของเวียดนาม เลยประดับประดาธงอย่างที่เห็นค่ะ

คนกลางคือเจ๊ใหญ่ ซ้ายคือเจ๊รองและน้องเล็ก หุหุ

ร้านเฝอที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องไปทานกัน ชื่อว่าเฝอ 24

เฝอที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นเฝอเนื้อ ถ้าไม่ทานเนื้อเหมือนอิกิ๊ฟต้องเล็งดีๆว่ามีขายไก่หรือเปล่า

** เนื้อ เรียกว่า โบ๋ ไก่เรียกว่า ก่า เผื่อเอาไปใช้**

ถ่ายกะกิ๊กที่เวียดนาม อิอิ กินเนื้อวัวไม่ได้ ขอกินเนื้อเด็กแทนละกัน ฮ่าๆ

เครื่องเคียงที่ทานกับเฝอค่ะ

และนี่หน้าตาน่าเอ็นดู

หลังจากทานอิ่ม กระเพาะของหวานก็เรียกร้อง นี่คือของหวานของชาวเวียดเค้า เป็นโยเกิร์ตใส่น้ำแข็งค่ะ ตอนทานก็เอามาคลุกๆๆเข้า (ผักที่เห็นใช้ประกอบการถ่ายทำ ไม่ได้เอามากินกะโยเกิร์ตนะค้า)

อิชั้นสั่งแค่โยเกิร์ตเปล่าๆแทน เป็น Home-made ค่ะที่ร้านทำเอง อร่อยมากกกกกกกกกกกกกก

จะบอกว่า หากใครได้ไปเวียดนามนะคะ อย่าลืมลองชิมโยเกิร์ตของที่นี่ อร่อยกว่าของบ้านเราจริงๆ คอนเฟิร์ม โดยเฉพาะยี่ห้อ Vinamilk ทั้งหอมกว่าทั้งมันกว่า พูดแล้วอยากกินอีก ฮือ

งานใกล้เสร็จแล้ว เย้ๆๆๆ รูปนี้ถ่ายกับสาวเวียดนามค่ะ ชื่อชีอ่านออกเสียงว่า "Bitch" แต่เราเรียกชีว่า บิ๊กแทน

เย็นวันนั้นลูกค้าก็พาไปเลี้ยงค่ะ เป็นเหมือนชาบูบ้านเรา มีน้ำแยกสองแบบด้วย เป็นน้ำต้มยำกะซุปใส

เกิดการฆาตกรรมหมู่เกิดขึ้น เพราะนังกุ้งพวกนี้ ยังไม่ตาย O_O มันโบกขา โบกหนวดทักทาย แล้วคนเวียดนามก็เอามันจุ่มลงไปในหม้อเลย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ความอยากอาหารมลายหายไปสิ้น ถึงอิชั้นจะเห็นแก่กินแค่ไหน แต่เห็นการฆาตกรรมสดๆแบบนี้ ก็ถึงกับเบือนหน้าทีเดียว (อ้อ อาหารสดๆแบบนี้ แพงมากกกก)

มื้อนี้จบลงที่ราคาหมื่นกว่าบาท มีเกี๊ยว มีเป็ดย่าง มีครอบครัวกุ้งสด เนื้อสด และผักอีกสองสามอย่าง กลับมากินเอ็มเคบ้านเราดีกว่า เฮือก...

วันแรกของการจัดงานค่ะ อิชั้นถ่ายคู่กับ Pretty ในงาน ส่วนสูงไม่ให้แต่สู้ตายโว้ย

แว้บมาดูงานแป้ปนึงก็ออกไปกินอีกแล้ว นี่เป็นคาเฟ่สไตล์เวียดนามค่ะ น่าจะได้อิทธิพลมากจากฝรั่งเศสสมัยก่อน

ตามต้นไม้ในเมืองจะเห็นสีขาวทาที่ทุกต้น เหตุผลคือเพื่อความปลอดภัยในการขับรถตอนกลางคืน แต่อิชั้นแอบรู้มาว่า มันมีอะไรมากกว่านั้นค่ะ.............ทากันไม่ให้เปลือกไม้กร่อนเนื่องจากฉี่ของหนุ่มๆเค้า กรี๊ดดดดดดดดดดด

สี่สาววัยใส หัวใจวัยรุ่น อิอิ

เนื่องจากนี่คือวันสุดท้ายของทริป พวกเราเลยถือโอกาสเดินดูเมืองและช๊อปปิ้งค่ะ ที่นี่คือศูนย์ขายผ้าปักที่(น่าจะ)โด่งดังและมีชื่อมากๆ

พนักงานของที่นี่จะร่างภาพที่อยากจะปักเอาไว้ก่อนและลงส