2011/Nov/28

สวัสดีค่ะ ห่างหายไปนานตามระยะเวลาของกระแสน้ำ ชีวิตช่วงที่ผ่านมาก็คงไม่ต่างจากคุณๆหลายท่าน
ที่ต้องระหกระเหินเปลี่ยนที่นอน บ้านของอิกิ๊ฟก็โดนน้ำมาเยือนเช่นกันค่ะ แต่ไม่หนักหนาน้ำตาร่วงเท่ากับหลายๆ
บ้าน (ขอบคุณที่อิชั้นยังมีบุญหลงเหลืออยู่บ้าง -/\- ) โดนน้ำมาแตะหน้าบ้านทักทาย...แล้วจากไป
แสดงให้เห็นว่ายังไม่ต้องรีบประกาศขายบ้านไปไหนแม้ว่าโลเคชั่นจะอยู่ฝั่งตะวันตกที่เป็นลูกเมียน้อยก็ตาม T_T

หลังจากหายหน้าไปสามเดือน อิชั้นได้ไปผจญภัยในญี่ปุ่น 9 วัน ซึ่งจะนำมาถึงเนื้อหาที่น่าสนใจโคดๆๆๆ
ในบลอคหน้าๆๆๆๆต่อไป (ไม่มีใครชม ตูชมเองได้ แต่น่าสนใจจิงๆนะ อย่าลืมมาตามอ่าน อิอิ)
แต่ก่อนจะไปถึงบทผจญภัยในแดนปลาดิบ อิกิ๊ฟมีเรื่องมาเล่าซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆวันเสาร์
ที่ผ่านมาเองค่ะ เป็นประสบการณ์แห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ที่บอกได้เลยว่า...ดีใจและตื้นตันมาก
ขอเล่าเพื่อเป็นประสบการณ์และข้อมูลให้กับท่านอื่นๆที่สนใจในการทำเลสิคนะคะ
ใครไม่สายตาผิดปกติ ไม่เข้าใจหรอกเนอะว่า การมองเห็นชัดด้วยตาเปล่า...มันมหัศจรรย์ขนาดไหน :)

"อยากทำเลสิค" คงเป็นประโยคที่อยู่ในใจคนที่มีสายตาผิดปกติหลายๆคน กิ๊ฟเป็นคนนึงที่เคยคิดจะอยาก
ทำเมื่อหลายยยยยยยยยยปีก่อน แต่ความคิดก็หายไปเพราะชีวิตก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการใส่คอนแทคเลนส์
และราคาทำก็แสนแพงจนคิดแต่ว่าเอาไว้ก่อนเถอะ ก็ของมันไม่ใช่เรื่องจำเป็นนี่เนอะ :)

จนทริปญี่ปุ่นที่รอคอยก็มาถึง การเดินทางตลอด 9 วันที่เดินเยอะ อากาศหนาว อากาศแห้ง ความเหนื่อยล้า
ทำให้เห็นสภาพความแตกต่างระหว่างเราและเพื่อนร่วมทริปอีก 2 คน คนนึงมีสายตาสั้นประมาณ 100 กว่า
แต่ไม่ใส่แว่น ส่วนอีกคนผ่านการทำเลสิคแบบ PRK มาแล้ว แม้จะเหนื่อยเหมือนกัน แต่สภาพตาของเราแย่
กว่าคนอื่นมากเพราะเคืองตาตลอดเวลา น้ำตาเทียมหมดไปวันละหลอดแบบช่วยอะไรไม่ค่อยได้
เพราะลมพัดตาตลอดเวลา นอกจากตาจะแห้งแล้ว ภาพที่มองเห็นก็เบลอและซ้อนกันแบบมัวๆ

จนในที่สุด วันแตกหักกับคอนแทคก็มาถึง เพราะเดินๆอยู่ ลมพัดแรงจนรู้สึกตาเบลอไปชั่วขณะ
เอามือปิดตาไว้ตามความเคยชินและพบว่าคอนแทคได้ปลิ้นหลุดมากองอยู่ขอบตาเป็นที่เรียบร้อย
ต้องรีบวิ่งไปห้องน้ำเพื่อถอดเก็บและใล่แว่นแทนตั้งแต่หัววัน ;( ความสนุกหายไปและเป็นความน่ารำคาญ
ตลอดทริป

หลังจากได้สอบถามป้อซึ่งทำเลสิคที่ TRSCและทำการค้นคว้าข้อมูลอย่างดีเยี่ยมจากทุกแห่ง ที่นี่เป็นที่ที่
ดีที่สุดในแง่ของทีมแพทย์ การบริการหลังการผ่าตัด เครื่องมือและเทคโนโลยี กิ๊ฟเลยตัดสินใจนัดตรวจกับ
คุณหมอ สบง วันเสาร์ที่ 26 พย  ว่าทำเลสิคได้หรือเปล่า

ผลปรากฎว่าสามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีทั้ง 3 แบบ

-เลสิคด้วยใบมีด

-เลสิคด้วยเลเซอร์

-เลลิคแบบไม่เปิดกระจกตา

ด้วยสายตาที่สั้น 400 แต่เอียง 300 ทั้ง 2 ข้าง ทำให้มีโอกาสที่จะต้องเติมเลเซอร์ในอนาคต
ทำให้ค่อนข้างลังเลว่าจะเลือกแบบแรกหรือแบบที่สอง แบบแรกถูกสุดแต่ใช้เนื้อกระจกตามากกว่าแบบที่สอง
แบบที่สองจะใช้เนื้อกระจกตาบางมาก แต่ใช้เงินเยอะกว่ามาก ยังไม่ทันตัดสินใจได้ ที่ปรึกษาส่วนตัว
(ใช่ค่ะ อิกิ๊ฟมีที่ปรึกษาส่วนตัวไว้ให้โทปรึกษาเรื่องตาตลอดชีวิตนับจากนี้) ก็บอกว่าคุณหมอมีคิวผ่าอีกที
ประมาณวันที่ 10 กว่า เดือนธค ซึ่งตาจะหายไม่ทันทริปสมุย ซึ่งหมอห้ามตาโดนน้ำ หรือไม่งั้นต้องผ่า
วันนี้เลยค่ะ O_O

อิกิ๊ฟเลยได้ตาเหลือก (ก่อนหายตาเอียง) ไปตรวจหาเชื้อ HIV ที่รพ กลับมาอาบน้ำ ไปรับผลตรวจและกลับไป
เตรียมผ่าตัดภายในบ่าย 3 และในที่สุดตอน 4 โมงก็เดินเข้าห้องผ่าตัดแบบโคตรรรกลัวและโคตรงง
(ก็ไม่ได้ตั้งใจจะผ่าเร็วแบบนี้ปะ)

อ้อ ลืมบอกว่า ในที่สุดก็ยอมตัดใจผ่าแบบเลเซอร์เพื่อขอเก็บเนื้อกระจกตาเอาไว้ในอนาคต ไม่มีใครรู้ว่า
ข้างหน้าจะเป็นยังไงนี่เนอะ

ก่อนผ่า คุณหมอจะบอกทู้กกกกกอย่างที่อาจเกิดกับเราได้ แล้วตัดสินใจเองโดยไม่มีการกดดันหรือล่อลวง
ไม่ต้องห่วงว่าจะเจออะไรเซอร์ไพรส์หลังทำ เพราะถ้าไม่รู้หมอก็จะบอกว่าไม่รู้ หากการันตีไม่ได้ก็จะไม่การันตีค่ะ
ขั้นตอนการผ่าทุกอย่างทำโดนเครื่องมือเทคโนโลยีสูงแต่เดี๋ยวจะบอกว่าการเลือกหมอสำคัญตรงไหน

หลังจากหยอดยาชาจนแน่ใจว่าชาแล้ว มาถึงขั้นแรกที่จะแยกชั้นกระจกตาออก ขั้นตอนนี้เราต้องจ้องไฟ
กระพริบและค้างไว้ปวะมาณข้างละ 16 วิ เครื่องจะเลื่อนมาสัมผัสกระจกตาเราเบาๆ ต้องจ้องค้างไว้
ห้ามกลอกตาเพราะถ้าหลุด เราจะลำบากหมอบอกแบบนี้ ;) แต่ในที่สุดเราก็ผ่านขั้นตอนนี้ได้ด้วยดี
ไม่มีอะไรน่ากลัวแค่ทำตามคำแนะนำของหมอค่ะ หมอบอกว่าแยกออกมาได้บางมาก (ดีใช่ไม๊คะหมอออออ)

พยาบาลจะให้เราลุกเพื่อเดินย้ายไปห้องยิงเลเซอร์ มองทุกอย่างเห็นเหมือนมองผ่านหมอก แปลกดี
เสร็จแล้วก็มาถึงขั้นตอนสำคัญ ค่าสายตาจะถูกเซ็ตที่เครื่อง หมอจะเป็นคนควบคุม ตาขวาผ่านไปด้วยดี
เราจะได้กลิ่นเหม็นไหม้นิดๆ มาถึงตาซ้าย ทำทุกอย่างแบบตาขวาโดยจ้องไฟตรงกลางที่กระพริบ ทำไปได้
50% ตาซ้ายมองตามเลเซอร์ แว๊กกก หมอสั่งหยุดเลเซอร์แล้วรอให้ตาเรากลับมาโฟกัสอีกที ถ้าทำต่อ
ไม่รู้ว่าผลที่ได้จะคลาดเคลื่อนไปขนาดไหน

เนื่องจากกระจกที่เปิดบางมาก คุณหมอเลยตัดสินใจครอบคอนแทคเลนส์ไว้ให้เพื่อให้แน่ใจว่ากระจกตาจะไม่
หลุดออกมาหากหลับตาแรงเกินไป ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูก เพราะอิกิ๊ฟหลับตาแล้วเผลอกดแรงเกินไป
คอนแทคเลยฟลิบออกมา โทหาที่ปรึกษา คุณหมอเลยเรียกกลับมาดูแผล ทุกอย่างเรียบร้อยดี ปิดที่ครอบ
หม่ำฟูจิและกลับบ้านนอนคร่า


ปิดตาแต่ตูก็ยังกินฟูจิได้ วะ ฮ่าๆๆๆ

วันนี้ (27 พย) นัดเปิดที่ครอบตา มองยังผ่านหมอกเล็กน้อยแต่วัดสายตาแล้วชัดใช้ได้ หมอบอกว่ามันจะชัดขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ยังไม่คงที่ ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน อยากบอกว่าเหมือนเกิดใหม่ที่สุดดดดดดดดด เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งนึงที่ทำอะไรเพื่อตัวเอง คนที่ไม่มีปัญหาสายตา - คุณเป็นคนโชคดีมากมายค่ะ ดีใจมากที่วันนี้ มองทุกอย่างได้ชัดเจนและสวยงามผ่านตาของตัวเองได้แล้ว เย้ๆๆๆ ;)

หวังว่าเรื่องราวของอิกิ๊ฟจะให้ข้อมูลกับคุณๆที่อยากทำเลสิคได้ไม่มากก็น้อย ดวงตาของเรามีแค่คู่เดียว
ต่อให้โลกนี้สวยงามแค่ไหน ต่อให้คุณไปที่ใดๆในโลกนี้ ถ้าไม่มีดวงตาของคุณ โลกก็คงสวยงามน้อยลง
จริงไม๊คะ? ^_________^

Comment

Comment:

Tweet


ขอให้มองชัดขึ้นเรื่อยๆนะคะ
#2 by katak At 2011-12-06 09:04,
ที่ไปทำเลสิค เพราะเรื่องเที่ยวนี่เอง อิอิ open-mounthed smile
#1 by oum (61.19.65.253) At 2011-12-01 00:15,

BLuEs&A~bLuEskY
View full profile
Code Here.