2012/Mar/25

ไหนบอกหายไปไม่นานเกินรอ...นี่มันผ่านไปสามเดือนแล้วกว่าเอนทรีนี้จะได้เกิดมา รอจนภูเขาของทาคายาม่า
เปลี่ยนสีจากแดงไปเป็นขาวเพราะหิมะก็แล้ว อิกิ๊ฟก็ยังไม่โผล่มาสักที อิอิ มาแล้ว ขอโต๊ดดดดดดดดดดดดดด
ยังแอบคิดเลยว่าตูจะรีวิวญี่ปุ่นได้รอดไม๊เนี่ย นอกจากความยุ่งและความเหนื่อยแล้ว ไหนจะมีความขี้เกียจรอให้
ขัดออกไปอีก แต่ไหนๆก็ไหนๆ ได้ฤกษ์มาแล้ว เริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ Foot in mouth 

----------------------------------------------------------------------

หลังจากอิ่มเอมกับวัดวาและผู้ชายเกียวโต เราก็ได้เวลาที่จะเดินทางไปยังเมืองถัดไปซึ่งเมืองนี้ถูกบรรจุอยู่ในแผนเที่ยวญี่ปุ่นของนักเดินทางชาวไทยไม่น้อย เมืองนี้มีดีอะไรแล้วทำไมเราต้องแอบแวะนอกเส้นทางจนได้
ประสบการณ์ตกรถกันทั้งสามคน | Takayama เป็นเมืองในอ้อมกอดของขุนเขาแห่งภูมิภาค Chubu เขต Hida
จังหวัด Gifu ที่มีชื่อเสียงเรื่องบ่อน้ำพุร้อนและเนื้อฮิดะอันโด่งดัง
หลังจากพวกเราไปขึ้นรถบัสแบบเฉียดฉิวแล้ว (คุณๆท่านใดยังไม่ได้อ่านประสบการณ์ตกรถ กรุณาย้อนไปอ่านที่
Kyoto...So Memorable เพราะของเค้าดีจิง ไม่อ่านแล้วจะเสียใจ อิอิ) ก็นั่งๆนอนๆนับเวลาให้ไปถึง
ทาคายาม่าเร็วๆ
เที่ยงคืน...สามกะเหรี่ยงลากกระเป๋าครืดคราดเดินจากท่ารถตามหาโรงแรม โชคดีเหลือเกินที่เกสเฮ้าส์อยู่ใกล้
มาก ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีก็เจอ เนื่องจากนังสามตัวได้โดนสปอยจากเจ้าของเกสเฮ้าส์ในเกียวโตในการ
บริการปูที่นอนให้ พอมาที่นี่แล้วต้องปูที่นอนเอง ใส่ปลอกหมอนเอง แล้วก็ต้องถอดลงไปคืนเอง...ถึงกับงงเอา
ทีเดียวเชียว (การปูที่นอนของญี่ปุ่น ไม่เหมือนการปูเสื่อนอน - For Your Information กรุณาอย่าค้อนในความ
เรื่องมาก 555)

หลังจากตื่นเช้า เพื่อนของพ่อจิ๊บก็ได้มารอรับเราที่ล๊อบบี้เรียบร้อยแล้ว ผู้ซึ่งขับรถมาไกลจากโตเกียวเพื่อมาพา
พวกเราเที่ยวทาคายาม่าและขับรถพาไปนอนที่บ้านที่โตเกียว...ทั้งสะดวกและสบาย ขอบคุณจากใจของเรา
สามคน WinkWinkWink

ก่อนจะเที่ยวทาคายาม่า เราตกลงกันว่าครึ่งวันเช้าเป็นแพลนสำหรับการไปเยือนชิราคาวาโกะ
ตามปกติแล้วถ้าไม่ซื้อ 1 day trip ไปจากทาคายาม่า ก็ต้องนั่งรถบัสไปเองซึ่งใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ
ระหว่างทาง ป่ารอบข้างของเราเปลี่ยนสีสวยมาก ถ้ามาช่วงเวลานี้ เกียวโตยังไม่พีคแต่ที่นี่พีคแล้ว ถ้าพวกเรา
มาปลายเดือน 11 ที่นี่คงเหลือแต่ต้นที่ไร้ใบและอดเห็นภาพที่ช่างคุ้มค่าที่เราสามคนดั้นด้นมาหา...



บรรยากาศเช้าวันนี้มีฝนลงพรำๆ ป่าของเราเลยถูกปกคลุมไปด้วยหมอกบางๆ
เมืองเล็กๆเงียบๆแทรกตัวอยู่อย่างสงบเสงี่ยมท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา...ทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองลับแล
ในฝันจริงๆ ตอนแรกพวกเราตั้งใจว่าจะนอนค้างใน Homestay ในบ้านแบบ Guscho แต่หลังจากคำนวนเวลา
และแพลนแล้ว เราจึงตัดสินใจว่า 1 day trip คงจะเหมาะสมกับเวลาที่เรามีให้เมืองนี้มากที่สุด...แต่หลังจาก
ได้เดินเล่นที่นี่แล้ว อยากแนะนำสำหรับคนที่กำลังวางแผน เผื่อหนึ่งคืนให้ที่นี่ แล้วคุณจะไม่เสียใจเลยค่ะ



เห็นอีต้นแดงนี่แล้ว อิชั้นได้แต่ กรี๊ดดดด กรี๊ดดดดด กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด วุ้ย มันแดงได้ใจจริงๆเล้ย



แล้วก็จัดเหลืองๆไปแบบหิวโหยและอดอยาก (จากเกียวโต 555)

คงจะไม่เกินจริงเกินไป...ที่จะขึ้นหัวเอนทรีนี้ว่าลืมหัวใจไว้ในขุนเขา ถ้าคุณได้เห็นภาพนี้...ด้วยตาตัวเอง



แม้ว่ากล้องที่พวกเรายืมมาจากเพื่อนที่เมืองไทยจะมีคุณภาพเลนส์ยอดเยี่ยมเพียงใด แต่เลนส์จากตาของเรา
สุดยอดที่สุดแล้วจริงๆค่ะ

และนี่คือมุมมหาชนที่ใครไปใครมา ก็ต้องมายืนบนนี้เพื่อดูภาพมุมสูงของเมืองลับแลแห่งนี้...ถ่ายเป็นร้อยใบ
รูปก็ไม่สวยถูกใจสักทีค่ะ ไม่ว่าจะปรับสีปรับภาพยังไง พวกเราทั้งสามเลยตกลงกันว่า ชื่นชมและเก็บมันเอาไว้
ในใจแทนแล้วกันนะ



ถ้าเป็นช่วงที่หิมะสูงท่วมหลังคา คงสวยโรแมนติคไปอีกแบบจริงๆ :)

หลังจากดื่มด่ำกับชิราคาวาโกะและอิ่มหนำกับปริมาณน้ำฝนที่กระหน่ำตกแบบไม่เกรงใจพวกเราเลย ก็ได้เวลา
เคลื่อนย้าย คิคูจิซังถามว่า จะพาไปออนเซ็นเอาไม๊...มีหรือจะไม่เอา อิอิ เสร็จตู



ออนเซ็นที่นี่อยู่ริมทางบนภูเขา หลังจากหนาวเหน็บจากฝน การเดินเข้ามาที่นี่เลยแอบเหมือนสวรรค์เลยทีเดียว

ไม่พูดพร่ำทำเพลง หลังจากได้เปิดเผยเนื้อหนังกันไปจากเกียวโตแล้ว รอบนี้...ใช้เวลาปลดเปลื้องความอาย
แค่พริบตาเดียว สามกินรีก็เดินนวยนาดลงไปแช่น้ำ......
...............
............
........
.....
...
.
และกรีดร้องงง ออกมากันแทบไม่เป็นภาษาคน Foot in mouth

น้ำร้อนมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่รู้ว่าของคนอื่นเป็นยังไง
แต่น้องอิชั้นได้สุกจนตายไปแล้วค่ะ Y_____________Y และเพื่อขยายความให้คุณๆได้เห็นภาพเดียวกับอิชั้น

พวกเราหย่อนตัวลงในบ่อออนเซ็นที่ธรรมชาติช่างเป็นใจ ความงดงามของภูเขาและป่าเปลี่ยนสี และ....
เราค้างอยู่ท่านั้น ท่าที่เราหย่อนส่วนล่างของเราลงไป และมีท่อนบนอยู่โผล่พ้นน้ำ จนเกือบ 5 นาที
เรา...คือเราสามคนค่ะที่อยู่ท่านั้น ลองนึกภาพที่ต่างคนต่างมอง ท่าที่ช่างตะขิดตะขวงใจ ไปต่อก็ไม่ได้...
จะกลับก็ไม่ไหว เพราะทุกขณะจิตที่คุณขยับตัว น้ำทำให้ผิวแสบมากกกกกกกกกก งืออออ

สภาพอากาศภายนอกเป็นเลขตัวเดียว แต่ไม่ช่วยทำให้น้ำร้อนน้อยลงเลย สำหรับใครที่อยากจะไปฝึกวิทยายุท
กำลังขาให้แข็งแรงด้วยการยืนในน้ำร้อน 38 องศา...พึงระลึกว่า ช้า ช้า เข้าไว้นะคะ เดี๋ยวช๊อคตาย 555



วิวเบื้องหน้า...ที่เบื้องหลังมีแต่ความวุ่นวาย กร๊ากกกกกกก



ออนเซ็นธรรมชาติ....ขอบคุณค่ะ อิชั้นขอลาก่อน



แช่น้ำเสร็จก็มาอาบน้ำสระผมกันตรงนี้ บรรยากาศเหมือนที่เกาหลีเลย ไม่รู้ใครลอกใคร



สภาพหลังจากบ่มสุกในบ่อ แต่ละนางยังคงสู้กล้อง อิอิ

หลังจากแต่งตัวเรียบร้อย ออกมาเดินข้างนอก อืมมมม อุ่นดีจริงๆ ที่บ่นหนาวๆๆก่อนหน้านี้ หายไปหมดเรย
คิคูจิซังก็ได้ฤกษ์พาสามนางกลับไปเดินเล่นที่เมืองทาคายาม่าก่อนฟ้าจะมืด



แค่สี่โมงกว่าๆ แต่บรรยากาศของเมืองเงียบและเหงาดีจริงๆ



ย่านเมืองเก่าของทาคายาม่าที่ได้รับสมญานามว่า "Little Kyoto" ที่นี่เราเดินชนกับคนไทยเยอะทีเดียวค่ะ
แสดงว่าเมืองนี้ติดโผในแผนการเดินทางของใครหลายๆคน

หากใครมีโอกาสแวะมาที่นี่ อย่าลืมซื้อน้ำผึ้งผสมส้มยูซุติดมือกลับมาด้วยนะคะ ตอนแรกนึกว่าไม่ค่อยเท่าไร
ที่ไหนได้ ตอนนี้อิกิ๊ฟกระมิดกระเมี้ยนกินมากค่ะ กลัวหมด 555

พอได้เวลาฟ้าเริ่มมืด พวกเราก็กลับมาที่ที่พักของเราในคืนนี้ซึ่งพวกเราจ่ายแพงที่สุดในทริป ด้วยเพราะเป็น
ที่พักแบบเรียวกังแท้ๆและด้วยเพราะนอกเหนืออาหารเช้าแล้วที่นี่ยังเสริฟ์อาหารเย็นที่มีเนื้อฮิดะอีกด้วย
(เลือกได้ว่าจะเป็นเนื้อฮิดะแบบสุกี้ญี่ปุ่นหรือจะเป็นย่างแบบยากินิขุ)



เข้ามาปุ๊ปก็เจอกับชาเขียวและขนมว่างต้อนรับแบบญี่ปุ่น...ซึ่งไม่ค่อยถูกจริตกับพวกเราสักเท่าไร
เลยไม่แตะเลย Foot in mouth



เปลี่ยนชุดลงมากินข้าว ยืนเรียงแถวเหมือนพนักงานต้อนรับเรียวกังเลย 55555555555555



สุกี้เนื้อฮิดะ อร่อยมากกกกกกกกกกก



กินอิ่ม ขึ้นห้องมา ที่นอนก็ปูเตรียมเอาไว้แล้ว หนานุ่ม...เหมือนน่าจะหลับสบาย แต่....เราทั้งสามคนนอนไม่หลับ
เลยทั้งคืน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฮีตเตอร์ที่เปิดเอาไว้จนร้อน หรือเป็นเพราะอะไร ห้องที่กว้างและที่นอนหนานุ่มไม่ได้
รับประกันว่าจะหลับสบายเสมอไป T__T

ตอนเช้านัดกับเรียวกังว่าจะกินข้าวเช้าตอน 7 โมง เพราะเราต้องรีบออกเดินทางไปโตเกียวให้ถึงตอนเที่ยง
แพลนแน่นเอี๊ยดเลย แอบตืนเต้นเพราะจะได้เข้าโตเกียวแล้ว



เพิ่มพลังด้วยอาหารเช้าแบบฟูลคอร์สที่มีเต้าหู้และใบอะไรไม่รู้ย่างบนเตา (อิ่มคูณ 3 เพราะป้อกะจิ๊บกินได้
นิดเดียว อิกิ๊ฟเลยซัดเรียบ อิอิ) 

ก่อนจะออกเดินทางและอำลาทาคายาม่า....ขอมองต้นนี้นานนาน



ระยะทางระหว่างทาคายาม่าและโตเกียวประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า มีหลายเส้นทางให้เลือก แต่คิคูจิซังเลือกเส้น
นี้เพราะบอกว่าอยากให้พวกเราเห็นอะไรพิเศษระหว่างทาง....



ระหว่างมีป้ายประกาศบอกว่ามีหิมะตกข้างหน้า ได้เจอครบเลยวุ้ย ทั้งใบไม้แดง ทั้งหิมะ คุ้มจริงๆ



นั่งๆนอนๆ หลับๆตื่นๆ คิคูจิซังก็บอกให้พวกเราดูข้างหน้า....นี่คือเหตุผลที่ทำให้เค้าขับมาทางนี้ เพราะในแผน
การเดินทาง พวกเราไม่ได้ไปเห็น และเพราะความเป็นเจ้าบ้านของเค้าที่อยากให้พวกเราได้มีโอกาสเห็น
สิ่งที่คนญี่ปุ่นภูมิใจ.....




"ฟูจิซัง" 

ใครๆก็ว่าฟูจิซังขี้อาย แต่ฟูจิซังวันนี้ยอมเผยให้พวกเราได้เห็นเธอจากไกลๆ จิ๊บรัวชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพเธอ
เอาไว้ให้มากที่สุด แม้เราจะไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับฟูจิซังอย่างใกล้ชิดในวันนี้ แต่เราเชื่อเหลือเกินว่า...
การเดินทางกลับมาเยือนญี่ปุ่นครั้งหน้า เราจะเดินทางมาหาฟูจิซังเพื่อรู้จักเธอให้ลึกซึ้งมากกว่านี้แน่นอน

เราคงไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับทาคายาม่าและชิราคาวาโกะได้แบบส่วนตัวและสนิทสนมถึงเพียงนี้ ถ้า
หากเราไม่ได้รับมิตรภาพและความเอื้อเฟื้อจากชายแปลกหน้าอายุ 60 หนึ่งคน ผู้ที่เรารู้แต่เพียงว่าเป็น
เพื่อนของพ่อจิ๊บ ผู้ที่ยอมขับรถไปกลับ 8 ชั่วโมงเพียงเพื่อช่วยให้เราได้เห็นญี่ปุ่นได้ใกล้มากขึ้น
ผู้ที่เป็นตัวแทนของความเอื้ออารีแบบญี่ปุ่นและตอกย้ำให้เรารักประเทศนี้และคนประเทศนี้มากขึ้นไปอีก



Kikuchi San....Arigato Gozaimasu. 

ตอนต่อไป...จะพาไปเที่ยว Disney Sea กันนะคะ ยังมีโตเกียวอีกหลายตอนไว้ให้ติดตามค่ะ ^_^

ขอบคุณที่คอยเข้ามาติดตามนะคะ :)



















Comment

Comment:

Tweet


ไม่ทราบว่าที่พักที่ shirakawago ชื่ออะไรค่ะ
น่าไปพักมาก แล้วราคาประมาณเท่าไรค่ะ
มี website ให้จองมั๊ยค่ะ
#2 by เป๊ป (103.7.57.18|202.122.130.32) At 2012-12-28 08:08,
shirakawago สวยจังค่ะ อยากไป >,<"
#1 by .:~ [F]is[Z]Y ~: At 2012-10-24 23:44,

BLuEs&A~bLuEskY
View full profile
Code Here.