All-About-Travelling

โห กว่าจะมาอัพบลอคได้ เกือบแย่น่ะค่ะ เหนื่อยสุดๆๆๆ แต่วันนี้ก็ได้พักแล้วล่ะ นอนไปเต็มคราบเลย เอ จะเริ่มต้นเล่ายังไงก่อนดีน้า เอาเป้นตั้งแต่เริ่มออกเดินทางเลยแล้วกันนะคะ เมื่อวานนี้ออกจากบริษัทตั้งแต่ 7 โมงเช้า ไปนั่งรถบัสเพื่อไปถึงจุดหมายแรก เมืองมกโพนั่นเองค่ะ เมืองมกโพนี่ถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลอีกแห่งนึงของเกาหลีนะคะ เพราะมีชายหาด(ที่เล่นน้ำได้)แล้วก้เป็นท่าเรือไปสู่เกาะต่างๆรอบบริเวณนั้น

จากซูวอนนั่งรถมาถึงมกโพใช้เวลา 4 ชมค่ะ ถ้าภาษาชาวบ้านก็ต้องบอกว่า นั่งแบบพอดีฉี่เหลือง แต่ไม่ต้องกลัวฉี่ราดนะคะ เค้าจอดแวะพักให้เข้าห้องน้ำ(ที่สะอาดแล้วก็สวยมากๆ)ตามจุดพักรถ ของบ้านเราจะเป็นปั๊ม แต่ที่เกาหลีนี่เค้าจะสร้างไว้ตามทางด่วนเลยค่ะ มีซุปเปอร์ ห้องน้ำ ร้านอาหาร ไม่โสโครกดีนะคะ

พอไปถึงที่ เราก็ออกตามหาที่พักของเรากันเลย ด้วยเงินอันจำกัด ทำให้เราไม่สามารถพักโรงแรมได้ แต่เป็น "โมเต็ล" แทนค่ะ ไอ้โมเต็ลนี่ก็คล้ายๆจะเป็นโรงแรมสำหรับคู่รักล่ะค่ะ แต่ว่ามันไม่โจ่งแจ้งแบบม่านรูดเรา ใครไปตจวแล้วเงินน้อยก็ไปพักได้ ไม่มีปัญหา สะอาดพอใช้ได้ค่ะ คืนนึงก็ราคาประมาณ 25,000 วอน(1,000 พัน) ถ้าเป็นโรงแรมแบบสามดาวเนี่ย ค่าห้องปาเข้าไปคืนนึงไม่ต่ำกว่า 80,000 (3,200 บาท) นอนไม่หลับแหงๆเลยค่ะ แพงซะขนาดนั้น

พอเอาของเก็บ อิชั้นกะนังเพื่อนก็ออกตระเวนไปตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ สามที่ทั้งหมดที่เราไปมา เพิ่งรู้ว่าเมืองที่เราอยู่นี่สมัยนู้นนน มีไดโนเสาร์อยู่ด้วย เราเลยได้ไปถ่ายกับ T-Rex ไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งจูราสสิคพารค์ ตอนแรกไอ้เราก็ตื่นตาตื่นใจ คิดว่าเป็นฟอสซิลของจริง เพิ่งมารู้เอาตอนออกว่าไอ้จริงก้มี (แต่ไม่รู้อยู่ไหน) แต่ที่ถ่ายอะของทำขึ้นมาเลียนแบบซะเยอะ หลังจากนั้นก็เสร็จภารกิจค่ะ

พอวันนี้แหกขี้ตาตื่นมาตั้งกะตี 5 กว่า เพื่อจะไปตลาดเช้า ไปดูพ่อค้าแม่ขายเค้ามาขายปลาที่ตลาด คุณขา เห็นราคาแล้วแด๊กไม่ลงค่ะ ใครที่อ่านรีบไปซื้อปลาที่ตลาดข้างบ้านมากินเผื่อด้วยนะคะ ที่นี่ ปลาดาบตัวละตั้งแต่ 10,000-20,000 วอนค่ะ (400-800 บาท) พระเจ้าช่วยด้วย นี่ขนาดอยู่ริมทะเลนะเนี่ย มิน่าล่า พอไปถึงร้านอาหาร เค้าถึงขายกันจานละ 4-50,000 วอน น่าสงสารคนที่นี่นะคะ กินของแพงจนหูฉีกเลย พับผ่าเถอะ

เสร็จจากสำรวจตลาด เราสองคนก็นั่งเรือข้ามไปที่เกาะเล็กๆ ห่างออกไปจากชายฝั่งเมืองมกโพประมาณ 1ชมเศษ เพื่อหวังว่าจะไปคุยกับชาวประมงให้ชื่นจิต ว่าทำไม๊ทำไมปลาพี่ถึงได้แพงนัก แต่อิชั้นแห้วค่ะ หน้าแหกหมอไม่รับเย็บเลยค่ะคุณๆ ใครจะไปคิดว่า อีเกาะแถวนี้ มั๊นไม่มีชาวประมงเล้ยย แล้วที่แปลกกว่านั้น ถามชาวบ้านว่าจะไปหาชาวประมงที่ไหน เค้าบอกว่า ไปถามหาชาวนาจะยังง่ายกว่า เฮือก! นี่ชั้นมาทำอะไรที่นี่วะ ไม่น่าเชื่อว่าบนเกาะนี้(และแถบๆนี้) ชาวบ้านเค้าทำนา ปลูกผักมากกว่าเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง หาหอย งิ๊ดเลยค่ะ

ทำไงล่ะ เสียเที่ยวสุดๆ แต่ยังมีความโชคดีในความซวย ที่แท๊กซี่เจ้าถิ่นเค้าขับวนหาบ้านคนสักหลังบนนั้นได้ ตลอดทางไม่มีหมาสักตัวเลยค่ะ คิดดู เฮ้อ กรรมของอิชั้น แต่ในที่สุดก็ไปเจอบ้านคนที่เค้าทำโรงงานตาข่ายจับสาหร่าย เลยไปคุยกะเค้า ได้ข้อมูลทำสาหร่ายแทนจับปลา ก็ยังดีใช่ไม๊ล่ะค่ะ แต่ขอโทษที่หน้านี้ไม่มีสาหร่ายอีก อิชั้นเลยได้แตุ่ถ่ายเครื่องทำสาหร่ายร้างมาแทน เฮ้อ ลำบากลำบนจริงจริ๊ง แล้วก็กลับขึ้นฝั่งมาแบบหมดสภาพ อากาศร้อนสุดๆเลยค่ะ

แต่โดยรวมแล้ว เมืองนี้น่าอยู่นะคะ คนใจดี โดยเฉพาะคนบนเกาะ เห็นเรามาแบบไม่ได้กินข้าวก็เอาข้าวมาเลี้ยง อาหารถึงจะพื้นบ้าน(แบบกินไม่ได้) แต่เค้าอุตส่าห์เอาปูที่จับเองมาให้กิน แต่มันเป็นปูดิบอะค่ะ อิชั้นเลยไม่ได้ลิ้มลอง จบวันด้วยการกินหมูกะทะ กะนังเพื่อนค่ะ พรุ่งนี้อิชั้นจะย้ายไปอีกเกาะแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปเจออะไรบ้าง แต่จะมาเล่าให้ฟังถ้ามีโอกาสนะคะ

เสียดายมากๆที่ไม่สามารถ resize รูปได้ ขนาดใหญ่แบบมหึมา อย่าโกรธกันนะคะ เอาไว้กลับบริษัทแล้วจะย้อนหลังเอามาลงให้ดู วันนี้เอารูปหาดเน่าๆไปดูก่อน เห็นแล้ว รักเมืองไทยจัง เที่ยวเมืองไทยกันเถอะค่ะ อ้อ สำหรับคนที่จะรอดูรูปสาวๆนุ่งน้อยที่นี่ แห้วรับประทานนะคะ อิชั้นเห็นแต่สาวใกล้ฝั่งทั้งนั้น เอาไว้ไปเชจูโดแล้วจะหามาให้เน้อ ไปล่ะค่ะ

หาดที่เห็นคือเกาะที่เราไปมาค่ะ เฮ้อ เห็นแล้ว ใครคิดบ้างว่าโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาอยู่เมืองไทย

นี่ก็อีก...จินตนาการบรรเจิดที่คิดเอาไว้ทลายลงในพริบตาค่ะ อย่าคาดหวังจะเห็นสาวๆใส่บิกินี่เลยค่ะ แค่เห็นแบบนี้ จะเกิดมาเป็นปลาเกาหลียังต้องคิดหนักเลยค่ะ ว่าไม๊

โปรดติดตามตอนต่อไป...


edit @ 2005/08/29 16:51:25


edit @ 2006/09/26 21:34:28


BLuEs&A~bLuEskY
View full profile